รศ.ดร.ประวิทย์ ฤทธิบูลย์นาฏกรรมโขน
มรดกการแสดงชั้นสูงของไทย
โดย รศ.ดร.ประวิทย์ ฤทธิบูลย์
โขนคืออะไร
โขน คือ นาฏศิลป์ชั้นสูงของไทยที่ได้รับอิทธิพลจาก
- หนังใหญ่
- กระบี่กระบอง
- ชักนาคดึกดำบรรพ์
ที่มารูปภาพ: ประวิทย์ ฤทธิบูลย์ (2569)

จากต้นกำเนิดสู่โขน (From Origin to Khon)
โขนพัฒนาจากการผสมผสานศิลปะการแสดงและพิธีกรรมหลายแขนง จนกลายเป็นนาฏกรรมชั้นสูงที่มีเอกลักษณ์ของไทย

อิทธิพลจากหนังใหญ่
หนังใหญ่เป็นต้นกำเนิดด้านการพากย์และท่ารำของโขน โดยถ่ายทอดองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่
- การเชิด — การควบคุมตัวหนังบนจอ
- การพากย์ — การเล่าเรื่องด้วยเสียงพากย์
- เพลงหน้าพาทย์ — ดนตรีบรรเลงประกอบการแสดง

อิทธิพลจากกระบี่กระบอง
กระบี่กระบองเป็นศิลปะการต่อสู้สู่นาฏศิลป์ และมีอิทธิพลต่อการแสดงโขนในด้าน
- การใช้อาวุธ
- ท่วงท่าการรบ
- ความสง่างามของนักรบ

ชักนาคดึกดำบรรพ์: ต้นแบบตัวละครโขน
พิธีชักนาคดึกดำบรรพ์เป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของตัวละครโขน โดยปรากฏรูปแบบตัวละครหลัก
พระ
นาง
ยักษ์
ลิง
ที่มารูปภาพ: ประวิทย์ ฤทธิบูลย์ (2569)

องค์ประกอบการแสดงโขน
องค์ประกอบการแสดงโขน (Performance Elements) ประกอบด้วย
- ตัวละคร
- ดนตรี
- การพากย์
- การเจรจา
- เครื่องแต่งกาย
- อุปกรณ์

ตัวละครโขน 4 ตัวละครหลัก
พระ
ตัวเอกผู้มีคุณธรรม
นาง
ผู้มีความอ่อนโยนและงดงาม
ยักษ์
ผู้มีอำนาจแข็งแกร่ง
ลิง
ชาญฉลาด กล้าหาญ และซื่อสัตย์
ฝ่ายตัวตลกโขน
ผู้แสดงที่ทำหน้าที่สร้างเสียงหัวเราะและสีสัน
ฝ่ายเบ็ดเตล็ด
เช่น รถ ม้า และตัวประกอบอื่น ๆ
ที่มารูปภาพ: ประวิทย์ ฤทธิบูลย์ (2569)

วงดนตรีโขน
เครื่องห้า
ปี่ใน ระนาดเอก ฆ้องวงใหญ่ ตะโพน กลองทัด และฉิ่ง
เครื่องคู่
ปี่ใน ปี่นอก ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก ตะโพน กลองทัด 1 คู่ ฉิ่ง และฉาบเล็ก
เครื่องใหญ่
ปี่ใน ปี่นอก ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ระนาดเอกเหล็ก ระนาดทุ้มเหล็ก ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก ตะโพน กลองทัด ฉาบเล็ก ฉาบใหญ่ โหม่ง และฉิ่ง
วงปี่พาทย์เครื่องคู่วงใหญ่
ที่มา: http://staffzone.amnuaysilpa.ac.th/5pinprss.htm

การพากย์ เจรจา และการขับร้อง
เสียงที่ทำให้ตัวละครมีชีวิต
การพากย์
- พากย์เมือง — พากย์เวลาผู้แสดงตัวเอกหรือผู้แสดงออกท้องพระโรงหรือออกพลับพลา
- พากย์รถ — บรรยายยานพาหนะและขบวนพยุหยาตรา
- พากย์โอ้ — แสดงความอาลัยและโศกเศร้า
- พากย์ชมดง — พรรณนาความงามของธรรมชาติ
- พากย์บรรยาย — เล่าเหตุการณ์และดำเนินเรื่อง
- พากย์เบ็ดเตล็ด — พากย์เนื้อหาทั่วไปตามเหตุการณ์
การเจรจา
- เจรจาด้น — เทคนิคการพูดโต้ตอบหรือเล่าเรื่องแบบสด ๆ (ด้นสด) โดยไม่มีการท่องจำบทไว้ล่วงหน้า
- เจรจากระทู้ — บทสนทนาหรือการโต้ตอบที่บรมครูนาฏศิลป์ประพันธ์ไว้เป็นแบบแผนเฉพาะตอน
ทำนองการเจรจา
- ทำนองบรรยาย — ใช้เล่าเรื่องหรือบอกเหตุการณ์
- เจรจาทำนองพูด — ใช้สนทนาให้คล้อยตามบทบาทตัวละคร

เครื่องแต่งกายโขน
พระ
นาง
ยักษ์
ลิง
ที่มารูปภาพ: ประวิทย์ ฤทธิบูลย์ (2569)

การแต่งกายยืนเครื่องพระ
ส่วนประกอบที่ระบุในภาพ
ชฎา, กรรเจียกจอน, ดอกไม้เพชร, ดอกไม้ทัด (ตัวพระทัดขวา), อุบะหรือพวงดอกไม้, อินทรธนู, กรองคอ, ทับทรวง, สังวาล, ฉลององค์, ธำมรงค์, รัดองค์, ทองกร (กำไลแผง), ปั้นเหน่ง, ปะวะหล่ำ, ตาบทิศ, แหวนรอบ, ภูษา (ผ้านุ่ง), เจียระบาด, สุวรรณกระถอบ, สนับเพลา, ห้อยหน้าหรือชายไหว และกำไลเท้า
- ศิราภรณ์ หมายถึง เครื่องประดับศีรษะ ประกอบด้วย ชฎา ดอกไม้ทัด และอุบะ
- ถนิมพิมพาภรณ์ หมายถึง เครื่องประดับร่างกาย ประกอบด้วย ทับทรวง สังวาลย์ ตาบทิศ ตาบหลัง เข็มขัด ปั้นเหน่ง (หัวเข็มขัด) ธำมรงค์ แหวนรอบ ปะวะหล่ำ ทองกร (กำไลแผง) และกำไลข้อเท้า
- พัสตราภรณ์ หมายถึง เครื่องนุ่งห่ม ประกอบด้วย ฉลององค์ (เสื้อ) อินทรธนู กรองคอ สนับเพลา (กางเกง) ภูษา (ผ้านุ่ง) สุวรรณกระถอบ ชายไหว (ห้อยหน้า) ชายแครง (ห้อยข้าง) และรัดสะเอว (ผ้าคาดเอว)
ที่มารูปภาพ: ประวิทย์ ฤทธิบูลย์ (2569)

การแต่งกายยืนเครื่องนาง
ส่วนประกอบที่ระบุในภาพ
มงกุฎ, ดอกไม้ทัด (ตัวนางทัดซ้าย), อุบะหรือพวงดอกไม้, กรองศอหรือนวมนาง, ผ้าห่มนาง, ทับทรวง, สะอิ้ง, เสื้อในนาง, แหวนรอบ, ปั้นเหน่ง, ปะวะหล่ำ, เข็มขัด, ทองกร (กำไลสวม), ภูษา (ผ้านุ่ง) และกำไลเท้า
- ศิราภรณ์ หมายถึง เครื่องประดับศีรษะ ประกอบด้วย มงกุฎ ดอกไม้ทัด และอุบะ
- ถนิมพิมพาภรณ์ หมายถึง เครื่องประดับร่างกาย ประกอบด้วย ทับทรวง เข็มขัด ปั้นเหน่ง (หัวเข็มขัด) ธำมรงค์ แหวนรอบ ปะวะหล่ำ ทองกร (กำไลแผง) และกำไลข้อเท้า
- พัสตราภรณ์ หมายถึง เครื่องนุ่งห่ม ประกอบด้วย เสื้อนาง ผ้าห่มนาง กรองคอ และภูษา (ผ้านุ่ง)
ที่มารูปภาพ: ประวิทย์ ฤทธิบูลย์ (2569)

การแต่งกายยืนเครื่องยักษ์
ส่วนประกอบที่ระบุในภาพ
หัวโขน (หัวทศกัณฐ์), ดอกไม้ทัดตัวยักษ์ทัดขวา, อุบะหรือพวงดอกไม้, อินทรธนู, กรองคอ, ฉลององค์, ทับทรวง, รัดอกหรือรัดพระอุระ, สังวาล, รัดองค์, ทองกร (กำไลแผง), ปั้นเหน่ง, ธำมรงค์, ตาบทิศ, ปะวะหล่ำ, แหวนรอบ, ภูษา (ผ้านุ่ง), ผ้าปิดก้น (อยู่ด้านหลัง), เจียระบาด, สนับเพลา, กำไลเท้า และห้อยหน้าหรือชายไหว
- ศิราภรณ์ หมายถึง เครื่องประดับศีรษะ ประกอบด้วย ศีรษะโขนยักษ์ (ทศกัณฐ์) ดอกไม้ทัด และอุบะ
- ถนิมพิมพาภรณ์ หมายถึง เครื่องประดับร่างกาย ประกอบด้วย ทับทรวง สังวาลย์ ตาบทิศ ตาบหลัง เข็มขัด ปั้นเหน่ง (หัวเข็มขัด) ธำมรงค์ แหวนรอบ ปะวะหล่ำ ทองกร (กำไลแผง) และกำไลข้อเท้า
- พัสตราภรณ์ หมายถึง เครื่องนุ่งห่ม ประกอบด้วย ฉลององค์ (เสื้อ) อินทรธนู กรองคอ รัดอก (เกราะ) สนับเพลา (กางเกง) ภูษา (ผ้านุ่ง) ชายไหว (ห้อยหน้า) ชายแครง (ห้อยข้าง) ปิดก้น และรัดสะเอว (ผ้าคาดเอว)
ที่มารูปภาพ: ประวิทย์ ฤทธิบูลย์ (2569)

การแต่งกายยืนเครื่องลิง
ส่วนประกอบที่ระบุในภาพ
หัวโขน (หัวหนุมาน), กรองคอ, เสื้อ (สมมติเป็นขนตามตัวลิง), พาหุรัด, สังวาล, ทับทรวง, รัดสะเอว, ตรี (อาวุธของหนุมาน), ปั้นเหน่ง, ผ้าปิดก้น (อยู่ด้านหลัง), ตาบทิศ, ภูษา (ผ้านุ่ง), สนับเพลา, ห้อยหน้าหรือชายไหว, เจียระบาด และข้อเท้า
- ศิราภรณ์ หมายถึง เครื่องประดับศีรษะ ประกอบด้วย ศีรษะโขนลิง (หนุมาน)
- ถนิมพิมพาภรณ์ หมายถึง เครื่องประดับร่างกาย ประกอบด้วย ทับทรวง สังวาลย์ ตาบทิศ ตาบหลัง พาหุรัด เข็มขัด ปั้นเหน่ง (หัวเข็มขัด) ธำมรงค์ แหวนรอบ ปะวะหล่ำ ทองกร (กำไลแผง) และกำไลข้อเท้า
- พัสตราภรณ์ หมายถึง เครื่องนุ่งห่ม ประกอบด้วย เสื้อ (ลายทักษิณาวัตร) กรองคอ สนับเพลา (กางเกง) ภูษา (ผ้านุ่ง) ชายไหว (ห้อยหน้า) ชายแครง (ห้อยข้าง) หางลิง ปิดก้น และรัดสะเอว (ผ้าคาดเอว)
ที่มารูปภาพ: ประวิทย์ ฤทธิบูลย์ (2569)

ประเภทของโขน
โขนกลางแปลง
แสดงบนเวทีโล่งกลางแจ้ง
โขนนั่งราว
แสดงบนโรงที่มีหลังคา ไม่มีเตียง มีแต่ราวพาดตามส่วนยาวของโรง
โขนหน้าจอ
แสดงหน้าจอหนังใหญ่
โขนโรงใน
ผสมผสานกับละครใน
โขนฉาก
มีฉากประกอบสมจริง

ตัวอย่างศิลปะการแสดง: โขนกลางแปลง
โขนกลางแปลงเป็นการแสดงบนพื้นที่โล่งกลางแจ้ง เหมาะกับฉากการยกทัพและการต่อสู้ที่ใช้ผู้แสดงจำนวนมาก

ตัวอย่างศิลปะการแสดง: โขนนั่งราว
โขนนั่งราวแสดงบนโรงที่มีหลังคา ไม่มีเตียง และมีราวพาดตามส่วนยาวของโรงสำหรับผู้แสดง

ตัวอย่างศิลปะการแสดง: โขนหน้าจอ
โขนหน้าจอแสดงบริเวณหน้าจอหนังใหญ่ สืบทอดความสัมพันธ์ระหว่างโขนกับศิลปะการแสดงหนังใหญ่

ตัวอย่างศิลปะการแสดง: โขนโรงใน
โขนโรงในเป็นโขนที่ผสมผสานรูปแบบและกระบวนการแสดงเข้ากับละครใน

ตัวอย่างศิลปะการแสดง: โขนฉาก
โขนฉากใช้ฉากประกอบที่สมจริง ช่วยกำหนดสถานที่ บรรยากาศ และส่งเสริมการดำเนินเรื่อง

โอกาสในการแสดงโขน
- พระราชพิธีและงานมงคล
- ต้อนรับแขกเมือง
- การศึกษาและการเรียนรู้
- การท่องเที่ยวและเผยแพร่
- การอนุรักษ์วัฒนธรรม

คุณค่าและความสำคัญ
- เป็นมรดกวัฒนธรรมไทย
- สะท้อนคติธรรมและคุณค่าทางจริยธรรม
- รวมศาสตร์หลายแขนง
- สร้างอัตลักษณ์ชาติ
ที่มารูปภาพ: ประวิทย์ ฤทธิบูลย์ (2569)

สรุป: โขน
ประวัติศาสตร์
โขนเป็นนาฏกรรมชั้นสูงของไทยที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่ผสมผสานนาฏศิลป์ วรรณคดี ดนตรีไทย การพากย์ การเจรจา งานช่างศิลป์ และศิลปะการแต่งกายเข้าไว้ด้วยกัน โดยมีรากฐานจากการแสดงหนังใหญ่ ศิลปะกระบี่กระบอง และการละเล่นชักนาคดึกดำบรรพ์ ซึ่งมีอิทธิพลต่อรูปแบบการแสดง ตัวละคร และเครื่องแต่งกาย
วรรณคดีรามเกียรติ์
เนื้อหาหลักของการแสดงถ่ายทอดเรื่องรามเกียรติ์ได้อย่างสมบูรณ์
ดนตรี
องค์ประกอบสำคัญของโขนประกอบด้วยดนตรี การพากย์ การเจรจา การขับร้อง และเครื่องแต่งกายที่ช่วยถ่ายทอดเรื่องรามเกียรติ์ได้อย่างสมบูรณ์
นาฏศิลป์
การแสดงที่งดงาม ประณีต ท่วงท่าทั้งความอ่อนช้อยและทรงพลัง
วัฒนธรรม
ปัจจุบันโขนยังมีบทบาทสำคัญในพระราชพิธี งานเฉลิมพระเกียรติ การต้อนรับแขกต่างประเทศ การศึกษา การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการอนุรักษ์สืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทยให้คงอยู่ต่อไป
รูปแบบการแสดงโขน
โขนกลางแปลง โขนนั่งราว โขนหน้าจอ โขนโรงใน และโขนฉาก แต่ละประเภทมีลักษณะการแสดงแตกต่างกัน แต่ยังคงเอกลักษณ์ของนาฏศิลป์ไทยไว้
