ธีรศักดิ์ คชสาร
อ.ผุสวัฒน์ ทองสร้อยการฝึกหัดโขนเบื้องต้น
อาจารย์ผุสวัฒน์ ทองสร้อย · อาจารย์ธีรศักดิ์ คชสาร
การฝึกหัดโขนเบื้องต้น
ความหมาย
การฝึกหัดโขนเบื้องต้น คือ กระบวนการฝึกปฏิบัติท่าพื้นฐานสำหรับผู้เรียนโขนทุกประเภท เพื่อเตรียมความพร้อมด้านร่างกาย จิตใจ และทักษะการเคลื่อนไหว เช่น การฝึกจังหวะ การควบคุมอวัยวะร่างกาย การทรงตัว การใช้กำลัง และการสร้างบุคลิกภาพของผู้แสดง
ความสำคัญและจุดมุ่งหมาย
เพื่อพัฒนาความพร้อมทางร่างกาย ควบคุมการเคลื่อนไหวของอวัยวะต่าง ๆ ให้ถูกต้อง สร้างความชำนาญในจังหวะและท่วงทำนอง เสริมสร้างความอดทน ความแข็งแรง การทรงตัว และบุคลิกภาพตามแบบแผนนาฏศิลป์ไทย
ประโยชน์
ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจจังหวะและท่วงทำนอง ฝึกความสัมพันธ์ระหว่างอวัยวะส่วนต่าง ๆ สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การทรงตัว และความต่อเนื่องในการเคลื่อนไหว ซึ่งจำเป็นต่อการแสดงโขนที่ต้องใช้พละกำลัง
การฝึกตามประเภทตัวละคร
แบ่งตามลักษณะตัวละคร 4 ประเภท ได้แก่ ตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ และตัวลิง แต่ละประเภทมีเอกลักษณ์ด้านบุคลิกภาพ จังหวะ และการเคลื่อนไหวแตกต่างกัน ผู้เรียนจึงต้องฝึกอย่างเป็นลำดับขั้นเพื่อสร้างพื้นฐานที่ถูกต้อง

หลักการคัดเลือกตัวละคร: ฝ่ายพระและฝ่ายนาง
ตัวโขนฝ่ายพระ
ผู้แสดงรับบทเทวดา เทพบุตร และกษัตริย์ เป็นกลุ่มเทวดาและมนุษย์ เช่น พระราม พระลักษณ์ พระอิศวร และพระนารายณ์
ลักษณะที่เหมาะสม: รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้ารูปไข่ จมูกโด่ง ตาและปากงามรับใบหน้า คอระหง มืออ่อน และมีบุคลิกภาพดี
ตัวโขนฝ่ายนาง
รับบทเทพธิดา นางกษัตริย์ และนางตลาด หรือมนุษย์ผู้หญิง เช่น นางสีดา นางมณโฑ และนางเบญจกาย
แบ่ง 2 ลักษณะ: ตัวนางกษัตริย์มีลีลาอ่อนช้อยในการรำ ส่วนตัวนางตลาดมีท่าทางกระฉับกระเฉง ว่องไว
ลักษณะที่เหมาะสม: รูปร่างสมส่วน ใบหน้ากลม ตาและปากงามรับใบหน้า มืออ่อน แขนอ่อน และจริตกิริยานิ่มนวล
ที่มารูปภาพ: ประวิทย์ ฤทธิบูลย์ (2569)

หลักการคัดเลือกตัวละคร: ฝ่ายยักษ์และฝ่ายลิง
ตัวโขนฝ่ายยักษ์
รับบทอสูรและเทพบุตรอสูร บุคลิกดุดัน แข็งแรง เป็นสัญลักษณ์ฝ่ายอธรรม และเป็นตัวละครที่มีมากที่สุดในเรื่องรามเกียรติ์
แบ่ง 3 ประเภท: ยักษ์ใหญ่ เช่น ทศกัณฐ์; ยักษ์น้อย เช่น กุมภกรรณ อินทรชิต; ยักษ์ต่างเมือง เช่น มังกรกัณฐ์ แสงอาทิตย์
ลักษณะที่เหมาะสม: รูปร่างสูงใหญ่ ลำตัวและแขนขาได้สัดส่วน แข็งแรง ท่วงท่าสง่างาม บุคลิกเข้มแข็งน่าเกรงขาม
ตัวโขนฝ่ายลิง
คัดเลือกผู้มีรูปร่างล่ำสัน ป้อม กะทัดรัด ทะมัดทะแมง คล่องแคล่ว และหกคะเมนตีลังกาได้ เพราะต้องแสดงท่าพลิกแพลงตามธรรมชาติของลิง
ลักษณะที่เหมาะสม: รูปร่างล่ำสัน ป้อม กะทัดรัด คล่องแคล่ว ว่องไว มีความสามารถในการหกคะเมน ตีลังกา มีปฏิภาณไหวพริบ และขยันฝึกซ้อมให้ชำนาญ
ที่มารูปภาพ: ประวิทย์ ฤทธิบูลย์ (2569)

ท่าพื้นฐานในการฝึกโขน: 6 ท่า
- ตบเข่า
- ถองสะเอว
- เต้นเสา
- ถีบเหลี่ยม
- ฉีกขา
- หกคะเมน

ท่าที่ 1 ตบเข่า
ความหมาย
การฝึกหัดเบื้องต้นลำดับแรก เพื่อให้รู้จักจังหวะดนตรี ฟังท่วงทำนองเพลงและจังหวะ แยกแยะเสียง และคุ้นเคยกับจังหวะ ซึ่งเป็นหลักสำคัญของท่าตบเข่าโขน
ท่าเตรียม
นั่งพับเพียบเข้าแถวบนพื้นราบ ตั้งลำตัวและศีรษะตรง อกผาย ไหล่ผึ่ง เปิดปลายคาง มองตรง แบมือทั้งสองวางคว่ำบนหัวเข่า แล้วเริ่มปฏิบัติเป็น 3 จังหวะ
การปฏิบัติตามจังหวะ
- จังหวะปิด: ครูเคาะไม้กรับ 1 ครั้ง = 1 จังหวะ ผู้เรียนสลับมือไปเรื่อย ๆ จนชำนาญและจังหวะสม่ำเสมอ
- จังหวะเปิด: ครูเคาะไม้กรับ 2 ครั้งติดต่อกัน ผู้เรียนปฏิบัติ 3 จังหวะติดต่อกัน นับ 1, 2, 3 ในคราวเดียว
วิธีปฏิบัติ
- ยกฝ่ามือขวาขึ้นระดับหน้าอก แบงอ 90 องศาตามจังหวะ พร้อมยกฝ่ามือซ้ายขึ้น
- ตบฝ่ามือซ้ายลงบนเข่าซ้าย พร้อมยกฝ่ามือขวาขึ้น
- ตบฝ่ามือขวาลงบนเข่าขวา พร้อมยกฝ่ามือซ้ายขึ้น

ท่าที่ 2 ถองสะเอว
ความหมาย
ท่าฝึกลำดับที่ 2 ต่อจากตบเข่า เพื่อฝึกการยักเอี้ยงลำตัว ยักคอ และบ่าไหล่ ให้เคลื่อนไหวคล่องแคล่วและสง่างามตามแบบนาฏศิลป์ไทย
ท่าเตรียม
นั่งพับเพียบบนพื้นราบ ตั้งลำตัวและศีรษะตรง อกผาย ไหล่ผึ่ง เปิดปลายคาง มองตรง วางมือคว่ำบนเข่าทั้งสองข้าง
การฝึกและประโยชน์
- ฝึกการยักเอี้ยงลำตัวและศีรษะ
- เพิ่มความอ่อนตัวช่วงเอวถึงศีรษะ
- พัฒนาบุคลิกภาพและความสง่างาม
- สร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับการรำโขน
วิธีปฏิบัติ
- ยกแขนทั้งสองระดับเอว งอข้อศอกห่างลำตัวประมาณ 1 ฝ่ามือ หงายท้องแขน กำมือหลวม หักข้อมือเข้าหาลำตัว
- กระแทกคอเอียงซ้ายเข้าหาสะเอวซ้าย ยักคอและเบนศีรษะไปขวา มือซ้ายยื่นออกจากลำตัว
- กระแทกคอขวาเข้าหาสะเอวขวา ยักคอและเบนศีรษะไปซ้าย มือขวายื่นออกจากลำตัว
- ปฏิบัติสลับซ้าย-ขวาต่อเนื่อง รักษาไหล่ไม่ให้ยก ควบคุมลำตัว ศีรษะ และไหล่ให้สัมพันธ์กัน
ครูเคาะไม้กรับ 1 ครั้ง ผู้เรียนปฏิบัติทีละจังหวะ สลับซ้าย-ขวาอย่างสม่ำเสมอ

ท่าที่ 3 เต้นเสา
ความหมาย
ท่าฝึกลำดับที่ 3 ต่อจากถองสะเอว เพื่อเริ่มใช้ช่วงสะโพก ขา และเท้าให้แข็งแรง มีกำลังอยู่ตัวและคงที่ รู้จักน้ำหนักฝ่าเท้า และใช้จังหวะเท้าอย่างสม่ำเสมอ
ท่าเตรียม
ยืนเรียงแถวหันหน้าไปทิศเดียวกัน คนหัวแถวใช้มือแตะต้นเสาทั้งสองมือ น้ำหนักอยู่ปลายเท้า คนด้านหลังใช้มือซ้อนตรงสะเอวของคนหน้า ต่อเป็นแนวตรง ย่อตัว ยกเข่าทั้งสองออกซ้ายและขวาให้ได้ฉากหรือเหลี่ยม
ลักษณะสำคัญ
- ย่อตัว เข่าเปิดเป็นเหลี่ยม
- ลำตัวตั้งตรง ไหล่ผึ่ง
- ควบคุมน้ำหนักฝ่าเท้าให้มั่นคง
- รักษาจังหวะสม่ำเสมอ
- เคลื่อนไหวพร้อมเพรียงทั้งแถว
วิธีปฏิบัติท่าเต้นเสา (ตะลึกตึก)
- ยกเท้าขวาหนีบหน่องมาระทบติดส้นเท้าซ้าย ยกเท้าซ้ายขึ้น นับ 1
- กระทืบเท้าซ้ายชิดส้นเท้าขวา ยกเท้าขวาขึ้น นับ 2
- กระทืบเท้าขวาชิดส้นเท้าซ้าย ยกเท้าซ้ายขึ้น นับ 3
ประโยชน์
เสริมความแข็งแรงของขาและเท้า ฝึกการทรงตัวและรับน้ำหนัก พัฒนาความแม่นยำของจังหวะ และเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการรำโขน

ท่าที่ 4 ถีบเหลี่ยม
ความหมาย
เป็นการบังคับและควบคุมอวัยวะให้อยู่ในท่าที่ต้องการ ทำให้ช่วงขา แขน และอกมีระดับคงที่ และส่งเสริมการจัดสรีระช่วงขาให้ได้เหลี่ยมที่สวยงาม
ท่าเตรียม
ยืนหันหลังแนบเสาหรือฝาผนัง ย่อขาและกางเข่าทั้งสองจนส่วนโค้งของเข่าเป็นมุมฉาก ครูนั่งกับพื้น ยกเท้าทั้งสองใช้ฝ่าเท้ายันหน้าขาบริเวณหัวเข่าด้านใน แล้วค่อย ๆ ดันเข่าแยกไปด้านหลังทีละน้อยจนเข่าเป็นเส้นขนานกับแนวไหล่
วิธีปฏิบัติ
- ครูใช้เท้าหนีบขาด้านใน ค่อย ๆ ดันแยกเข่าออก ให้ผู้เรียนย่อตัวจนเป็นเหลี่ยม
- ถีบเข่าออกเพิ่มทีละน้อยให้ได้ระดับจนเข่าเสมอแนวไหล่
- ทรงท่าให้คงที่ รักษาเหลี่ยมเข่าให้ถูกต้องและสวยงาม

ท่าที่ 5 ฉีกขา
ความหมาย
ใช้สำหรับผู้เรียนที่ฝึกเป็นตัวลิงโดยเฉพาะ ช่วยให้ใช้ลำขาได้ตามต้องการ ยืนหรือย่อเหลี่ยมได้สัดส่วนงดงาม และฝึกความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อขา
ท่าเตรียม
ยืนหันหลังแนบเสาหรือฝาผนังเช่นเดียวกับท่าถีบเหลี่ยม ครูนั่งกับพื้น ให้ผู้เรียนเลื่อนตัวลงถึงพื้น เหยียดขาทั้งสองออกด้านข้างให้ตรง ครูใช้ฝ่าเท้ายันหน้าขาบริเวณหัวเข่าด้านใน แล้วค่อย ๆ ดันเข่าแยกไปด้านหลังทีละน้อยจนเข่าเป็นเส้นขนานกับแนวไหล่
วิธีปฏิบัติ
- นั่งบนพื้น เหยียดขาทั้งสองออกด้านข้าง รักษาลำตัวตั้งตรง
- ฉีกขาให้ได้ระดับเหมาะสม รักษาท่าทางให้ถูกต้องและสมดุล
- เพิ่มองศาการกางขาต่อเนื่อง ควบคุมการหายใจและผ่อนคลาย
- ครูใช้ฝ่าเท้ายันหัวเข่าด้านใน ค่อย ๆ ดันเข่าแยกจากกันทีละน้อย
ประโยชน์
- เพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อขา
- ช่วยให้ยืนและย่อเหลี่ยมได้สวยงาม
- เพิ่มความแข็งแรงและความคล่องตัว
- เป็นพื้นฐานสำคัญของการฝึกตัวลิง
ที่มา: สุรีรัตน์ จีนพงษ์ (2569)

ท่าที่ 6 หกคะเมน
ความหมาย
ใช้สำหรับผู้เรียนตัวลิง เป็นท่าโลดโผนเลียนแบบธรรมชาติของลิง ช่วยฝึกความคล่องตัว การทรงตัว และความแข็งแรงของร่างกาย
ท่าเตรียม
ยืนท่าตรง ใช้ฝ่ามือทั้งสองยันพื้น ก้มลำตัวไปด้านหน้า และเตรียมถ่ายน้ำหนักลงบนแขนทั้งสอง
รูปแบบการหกคะเมน
- ใช้ฝ่ามือทั้งสองยันพื้นให้มั่นคง
- ค่อย ๆ ยกเท้าทั้งสองขึ้นในอากาศ
- ถ่ายน้ำหนักผ่านแขนและลำตัว
- หกเท้าลงด้านหน้าหรือด้านหลังอย่างต่อเนื่อง
วิธีปฏิบัติ
- ตีลังกากลับม้วน — หกคะเมนหงายไปข้างหลัง
- อันธพา — หกคะเมนไปข้างหน้า
- พาสุริน — หกคะเมนไปข้าง ๆ
ประโยชน์
ฝึกความคล่องตัวและการทรงตัว เสริมความแข็งแรง พัฒนาการควบคุมอวัยวะและการเคลื่อนไหว และเป็นพื้นฐานสำคัญของการแสดงตัวลิง

ภาษาท่าโขน
ความหมายของภาษาท่านาฏศิลป์โขน
ภาษาท่า คือ การสื่อสารความหมายผ่านท่วงท่าการรำ การเคลื่อนไหว และอากัปกิริยาของผู้แสดง เพื่อถ่ายทอดเรื่องราว ความคิด อารมณ์ และบุคลิกลักษณะของตัวละครแทนการใช้คำพูดในการแสดงโขน

ภาษาท่าคืออะไร
ภาษาท่า คือ การใช้ท่าทางและการเคลื่อนไหวของร่างกายแทนคำพูด เพื่อสื่อความหมาย อารมณ์ และความรู้สึกให้ผู้ชมเข้าใจ
- ท่าทางแทนคำพูด
- ท่าทางแสดงอารมณ์
- ท่าทางแสดงอิริยาบถ

ท่าทางใช้แทนคำพูด: ท่าตัวเรา
ตัวอย่างท่าตัวเราของตัวละครทั้ง 4 ประเภท ได้แก่ ตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ และตัวลิง แต่ละฝ่ายใช้ลีลาตามบุคลิกเฉพาะของตัวละคร

ท่าทางใช้แทนคำพูด: ท่าตัวท่าน
ตัวอย่างท่าตัวท่านของตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ และตัวลิง ใช้สื่อถึงบุคคลที่ผู้แสดงกล่าวถึงหรือกำลังสนทนาด้วย

ท่าทางใช้แทนคำพูด: ท่าปฏิเสธ
ตัวอย่างท่าปฏิเสธของตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ และตัวลิง ใช้สื่อความหมายว่าไม่ยอมรับ ไม่เห็นด้วย หรือไม่ต้องการ

ท่าทางใช้แทนอารมณ์และความรู้สึก: ท่ารัก
ตัวอย่างท่ารักของตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ และตัวลิง ถ่ายทอดความรัก ความผูกพัน และความเอ็นดูตามบุคลิกของตัวละคร

ท่าทางใช้แทนอารมณ์และความรู้สึก: ท่าอาย
ตัวอย่างท่าอายของตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ และตัวลิง ถ่ายทอดความเขินอายด้วยท่าทางที่แตกต่างตามลักษณะตัวละคร

ท่าทางใช้แทนอารมณ์และความรู้สึก: ท่าเศร้า
ตัวอย่างท่าเศร้าของตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ และตัวลิง ใช้สื่อความเสียใจ ความอาลัย หรือความทุกข์

ท่าทางใช้แทนอารมณ์และความรู้สึก: ท่าโกรธ
ตัวอย่างท่าโกรธของตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ และตัวลิง ถ่ายทอดความไม่พอใจหรือความโกรธผ่านพลังและลีลาของแต่ละตัวละคร

ท่าทางใช้แทนอิริยาบถและกริยา: ท่านั่ง
ตัวอย่างท่านั่งของตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ และตัวลิง แสดงรูปแบบการวางร่างกายที่ต่างกันตามฐานะและบุคลิกของตัวละคร

ท่าทางใช้แทนอิริยาบถและกริยา: ท่ายืน
ตัวอย่างท่ายืนของตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ และตัวลิง แสดงแนวลำตัว การวางแขนขา และน้ำหนักที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละฝ่าย

ท่าทางใช้แทนอิริยาบถและกริยา: ท่าเดิน
ตัวอย่างท่าเดินของตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ และตัวลิง ถ่ายทอดลักษณะการเคลื่อนที่และบุคลิกของตัวละครแต่ละประเภท

ภาษานาฏศิลป์
เรียกว่า “ท่ารำ ท่าทำบท” หรือ “ตีบท” การใช้ภาษาท่ารำตามบทร้อง บทเจรจา และบทพากย์ คือ การรำทำบทไปตามถ้อยคำ ผู้แสดงโขนต้องแสดงภาษาท่าไปตามคำนั้น ๆ เพื่อสื่อความหมายให้ผู้ชมเข้าใจ
จำแนกออกเป็น 2 ชนิด คือ รำหน้าพาทย์ และ รำบทหรือรำใช้บท

การรำโขน 2 ประเภท
1. รำหน้าพาทย์
- รำตามจังหวะและทำนองเพลงปี่พาทย์
- เน้นความสัมพันธ์กับดนตรี
- เพลงชิด เสมอ รัว โอด ตระ กราวนอก กราวใน แผละ คุกพาทย์ เป็นต้น
2. รำตีบท (รำใช้บท)
- รำตามบทร้อง บทพากย์ และบทเจรจา
- ถ่ายทอดอารมณ์ ความคิด และความรู้สึกของตัวละคร
- ใช้ภาษาท่าสื่อสารกับผู้ชม
การรำโขนแบ่งเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ รำหน้าพาทย์และรำตีบท ซึ่งผู้แสดงต้องปฏิบัติให้สอดคล้องกับดนตรีและเนื้อเรื่อง

ตัวอย่างภาษานาฏศิลป์: ท่าพระและท่านาง
1. ท่าพระ
ชุด นารายณ์ปราบนนทก
“เมื่อนั้น องค์นารายณ์ เป็นใหญ่”
2. ท่านาง
ชุด นารายณ์ปราบนนทก
“เป็นโฉมงามเทพพระอัปสร”
ผู้แสดงต้องใช้ภาษาท่าที่เหมาะสมกับบทบาท เพื่อสื่อความหมายให้ผู้ชมเข้าใจเนื้อเรื่อง

ตัวอย่างภาษานาฏศิลป์: ท่ายักษ์และท่าลิง
3. ท่ายักษ์
ชุด นารายณ์ปราบนนทก
“เราก็ชายชาญ สงครามหน่อเนื้อพรหมประพล”
4. ท่าลิง
ชุด หนุมานชูกล่องดวงใจ
“ครั้นครั้นสองนายเหาะมา”
ผู้แสดงต้องใช้ภาษาท่าที่เหมาะสมกับบทบาท เพื่อสื่อความหมายให้ผู้ชมเข้าใจเนื้อเรื่อง

สรุปท้ายบทเรียน
การฝึกหัดโขนเบื้องต้น
เป็นรากฐานสำคัญของการแสดงโขน ช่วยพัฒนาร่างกาย จิตใจ และระเบียบวินัยของผู้แสดง
ตัวละครโขน 4 ประเภท
พระ • นาง • ยักษ์ • ลิง
ท่าฝึกพื้นฐาน 6 ท่า
ตบเข่า • ถองสะเอว • เต้นเสา • ถีบเหลี่ยม • ฉีกขา • หกคะเมน
ภาษาท่า
เป็นพื้นฐานของภาษานาฏศิลป์และภาษาโขน ใช้ถ่ายทอดอารมณ์ ความคิด และเรื่องราว
การตีบท
รำหน้าพาทย์ • รำตีบท (รำใช้บท)
ตีบทแตก
ผู้แสดงที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์และความหมายได้อย่างสมบูรณ์ เรียกว่า “ตีบทแตก”
