หน่วยการเรียนรู้ที่ 10

👤 มีผู้เรียนแล้ว 0 คน
อาจารย์ผู้สอนหน่วยการเรียนรู้ที่ 10
ธีรศักดิ์ คชสารธีรศักดิ์ คชสาร
อ.ผุสวัฒน์ ทองสร้อยอ.ผุสวัฒน์ ทองสร้อย
หน่วยการเรียนรู้ที่ 10 การฝึกหัดโขนเบื้องต้น
หน่วยการเรียนรู้ที่ 10

การฝึกหัดโขนเบื้องต้น

อาจารย์ผุสวัฒน์ ทองสร้อย · อาจารย์ธีรศักดิ์ คชสาร

การฝึกหัดโขนเบื้องต้น
02

การฝึกหัดโขนเบื้องต้น

ความหมาย

การฝึกหัดโขนเบื้องต้น คือ กระบวนการฝึกปฏิบัติท่าพื้นฐานสำหรับผู้เรียนโขนทุกประเภท เพื่อเตรียมความพร้อมด้านร่างกาย จิตใจ และทักษะการเคลื่อนไหว เช่น การฝึกจังหวะ การควบคุมอวัยวะร่างกาย การทรงตัว การใช้กำลัง และการสร้างบุคลิกภาพของผู้แสดง

ความสำคัญและจุดมุ่งหมาย

เพื่อพัฒนาความพร้อมทางร่างกาย ควบคุมการเคลื่อนไหวของอวัยวะต่าง ๆ ให้ถูกต้อง สร้างความชำนาญในจังหวะและท่วงทำนอง เสริมสร้างความอดทน ความแข็งแรง การทรงตัว และบุคลิกภาพตามแบบแผนนาฏศิลป์ไทย

ประโยชน์

ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจจังหวะและท่วงทำนอง ฝึกความสัมพันธ์ระหว่างอวัยวะส่วนต่าง ๆ สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การทรงตัว และความต่อเนื่องในการเคลื่อนไหว ซึ่งจำเป็นต่อการแสดงโขนที่ต้องใช้พละกำลัง

การฝึกตามประเภทตัวละคร

แบ่งตามลักษณะตัวละคร 4 ประเภท ได้แก่ ตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ และตัวลิง แต่ละประเภทมีเอกลักษณ์ด้านบุคลิกภาพ จังหวะ และการเคลื่อนไหวแตกต่างกัน ผู้เรียนจึงต้องฝึกอย่างเป็นลำดับขั้นเพื่อสร้างพื้นฐานที่ถูกต้อง

ความหมายและความสำคัญของการฝึกหัดโขน
03

หลักการคัดเลือกตัวละคร: ฝ่ายพระและฝ่ายนาง

ตัวโขนฝ่ายพระ

ผู้แสดงรับบทเทวดา เทพบุตร และกษัตริย์ เป็นกลุ่มเทวดาและมนุษย์ เช่น พระราม พระลักษณ์ พระอิศวร และพระนารายณ์

ลักษณะที่เหมาะสม: รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้ารูปไข่ จมูกโด่ง ตาและปากงามรับใบหน้า คอระหง มืออ่อน และมีบุคลิกภาพดี

ตัวโขนฝ่ายนาง

รับบทเทพธิดา นางกษัตริย์ และนางตลาด หรือมนุษย์ผู้หญิง เช่น นางสีดา นางมณโฑ และนางเบญจกาย

แบ่ง 2 ลักษณะ: ตัวนางกษัตริย์มีลีลาอ่อนช้อยในการรำ ส่วนตัวนางตลาดมีท่าทางกระฉับกระเฉง ว่องไว

ลักษณะที่เหมาะสม: รูปร่างสมส่วน ใบหน้ากลม ตาและปากงามรับใบหน้า มืออ่อน แขนอ่อน และจริตกิริยานิ่มนวล

ที่มารูปภาพ: ประวิทย์ ฤทธิบูลย์ (2569)

หลักการคัดเลือกตัวพระและตัวนาง
04

หลักการคัดเลือกตัวละคร: ฝ่ายยักษ์และฝ่ายลิง

ตัวโขนฝ่ายยักษ์

รับบทอสูรและเทพบุตรอสูร บุคลิกดุดัน แข็งแรง เป็นสัญลักษณ์ฝ่ายอธรรม และเป็นตัวละครที่มีมากที่สุดในเรื่องรามเกียรติ์

แบ่ง 3 ประเภท: ยักษ์ใหญ่ เช่น ทศกัณฐ์; ยักษ์น้อย เช่น กุมภกรรณ อินทรชิต; ยักษ์ต่างเมือง เช่น มังกรกัณฐ์ แสงอาทิตย์

ลักษณะที่เหมาะสม: รูปร่างสูงใหญ่ ลำตัวและแขนขาได้สัดส่วน แข็งแรง ท่วงท่าสง่างาม บุคลิกเข้มแข็งน่าเกรงขาม

ตัวโขนฝ่ายลิง

คัดเลือกผู้มีรูปร่างล่ำสัน ป้อม กะทัดรัด ทะมัดทะแมง คล่องแคล่ว และหกคะเมนตีลังกาได้ เพราะต้องแสดงท่าพลิกแพลงตามธรรมชาติของลิง

ลักษณะที่เหมาะสม: รูปร่างล่ำสัน ป้อม กะทัดรัด คล่องแคล่ว ว่องไว มีความสามารถในการหกคะเมน ตีลังกา มีปฏิภาณไหวพริบ และขยันฝึกซ้อมให้ชำนาญ

ที่มารูปภาพ: ประวิทย์ ฤทธิบูลย์ (2569)

หลักการคัดเลือกตัวยักษ์และตัวลิง
05

ท่าพื้นฐานในการฝึกโขน: 6 ท่า

  1. ตบเข่า
  2. ถองสะเอว
  3. เต้นเสา
  4. ถีบเหลี่ยม
  5. ฉีกขา
  6. หกคะเมน
ท่าพื้นฐานในการฝึกโขน 6 ท่า
06

ท่าที่ 1 ตบเข่า

ความหมาย

การฝึกหัดเบื้องต้นลำดับแรก เพื่อให้รู้จักจังหวะดนตรี ฟังท่วงทำนองเพลงและจังหวะ แยกแยะเสียง และคุ้นเคยกับจังหวะ ซึ่งเป็นหลักสำคัญของท่าตบเข่าโขน

ท่าเตรียม

นั่งพับเพียบเข้าแถวบนพื้นราบ ตั้งลำตัวและศีรษะตรง อกผาย ไหล่ผึ่ง เปิดปลายคาง มองตรง แบมือทั้งสองวางคว่ำบนหัวเข่า แล้วเริ่มปฏิบัติเป็น 3 จังหวะ

การปฏิบัติตามจังหวะ

  • จังหวะปิด: ครูเคาะไม้กรับ 1 ครั้ง = 1 จังหวะ ผู้เรียนสลับมือไปเรื่อย ๆ จนชำนาญและจังหวะสม่ำเสมอ
  • จังหวะเปิด: ครูเคาะไม้กรับ 2 ครั้งติดต่อกัน ผู้เรียนปฏิบัติ 3 จังหวะติดต่อกัน นับ 1, 2, 3 ในคราวเดียว

วิธีปฏิบัติ

  1. ยกฝ่ามือขวาขึ้นระดับหน้าอก แบงอ 90 องศาตามจังหวะ พร้อมยกฝ่ามือซ้ายขึ้น
  2. ตบฝ่ามือซ้ายลงบนเข่าซ้าย พร้อมยกฝ่ามือขวาขึ้น
  3. ตบฝ่ามือขวาลงบนเข่าขวา พร้อมยกฝ่ามือซ้ายขึ้น
วิธีฝึกท่าตบเข่า
07

ท่าที่ 2 ถองสะเอว

ความหมาย

ท่าฝึกลำดับที่ 2 ต่อจากตบเข่า เพื่อฝึกการยักเอี้ยงลำตัว ยักคอ และบ่าไหล่ ให้เคลื่อนไหวคล่องแคล่วและสง่างามตามแบบนาฏศิลป์ไทย

ท่าเตรียม

นั่งพับเพียบบนพื้นราบ ตั้งลำตัวและศีรษะตรง อกผาย ไหล่ผึ่ง เปิดปลายคาง มองตรง วางมือคว่ำบนเข่าทั้งสองข้าง

การฝึกและประโยชน์

  • ฝึกการยักเอี้ยงลำตัวและศีรษะ
  • เพิ่มความอ่อนตัวช่วงเอวถึงศีรษะ
  • พัฒนาบุคลิกภาพและความสง่างาม
  • สร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับการรำโขน

วิธีปฏิบัติ

  1. ยกแขนทั้งสองระดับเอว งอข้อศอกห่างลำตัวประมาณ 1 ฝ่ามือ หงายท้องแขน กำมือหลวม หักข้อมือเข้าหาลำตัว
  2. กระแทกคอเอียงซ้ายเข้าหาสะเอวซ้าย ยักคอและเบนศีรษะไปขวา มือซ้ายยื่นออกจากลำตัว
  3. กระแทกคอขวาเข้าหาสะเอวขวา ยักคอและเบนศีรษะไปซ้าย มือขวายื่นออกจากลำตัว
  4. ปฏิบัติสลับซ้าย-ขวาต่อเนื่อง รักษาไหล่ไม่ให้ยก ควบคุมลำตัว ศีรษะ และไหล่ให้สัมพันธ์กัน

ครูเคาะไม้กรับ 1 ครั้ง ผู้เรียนปฏิบัติทีละจังหวะ สลับซ้าย-ขวาอย่างสม่ำเสมอ

วิธีฝึกท่าถองสะเอว
08

ท่าที่ 3 เต้นเสา

ความหมาย

ท่าฝึกลำดับที่ 3 ต่อจากถองสะเอว เพื่อเริ่มใช้ช่วงสะโพก ขา และเท้าให้แข็งแรง มีกำลังอยู่ตัวและคงที่ รู้จักน้ำหนักฝ่าเท้า และใช้จังหวะเท้าอย่างสม่ำเสมอ

ท่าเตรียม

ยืนเรียงแถวหันหน้าไปทิศเดียวกัน คนหัวแถวใช้มือแตะต้นเสาทั้งสองมือ น้ำหนักอยู่ปลายเท้า คนด้านหลังใช้มือซ้อนตรงสะเอวของคนหน้า ต่อเป็นแนวตรง ย่อตัว ยกเข่าทั้งสองออกซ้ายและขวาให้ได้ฉากหรือเหลี่ยม

ลักษณะสำคัญ

  • ย่อตัว เข่าเปิดเป็นเหลี่ยม
  • ลำตัวตั้งตรง ไหล่ผึ่ง
  • ควบคุมน้ำหนักฝ่าเท้าให้มั่นคง
  • รักษาจังหวะสม่ำเสมอ
  • เคลื่อนไหวพร้อมเพรียงทั้งแถว

วิธีปฏิบัติท่าเต้นเสา (ตะลึกตึก)

  1. ยกเท้าขวาหนีบหน่องมาระทบติดส้นเท้าซ้าย ยกเท้าซ้ายขึ้น นับ 1
  2. กระทืบเท้าซ้ายชิดส้นเท้าขวา ยกเท้าขวาขึ้น นับ 2
  3. กระทืบเท้าขวาชิดส้นเท้าซ้าย ยกเท้าซ้ายขึ้น นับ 3

ประโยชน์

เสริมความแข็งแรงของขาและเท้า ฝึกการทรงตัวและรับน้ำหนัก พัฒนาความแม่นยำของจังหวะ และเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการรำโขน

วิธีฝึกท่าเต้นเสา
09

ท่าที่ 4 ถีบเหลี่ยม

ความหมาย

เป็นการบังคับและควบคุมอวัยวะให้อยู่ในท่าที่ต้องการ ทำให้ช่วงขา แขน และอกมีระดับคงที่ และส่งเสริมการจัดสรีระช่วงขาให้ได้เหลี่ยมที่สวยงาม

ท่าเตรียม

ยืนหันหลังแนบเสาหรือฝาผนัง ย่อขาและกางเข่าทั้งสองจนส่วนโค้งของเข่าเป็นมุมฉาก ครูนั่งกับพื้น ยกเท้าทั้งสองใช้ฝ่าเท้ายันหน้าขาบริเวณหัวเข่าด้านใน แล้วค่อย ๆ ดันเข่าแยกไปด้านหลังทีละน้อยจนเข่าเป็นเส้นขนานกับแนวไหล่

วิธีปฏิบัติ

  1. ครูใช้เท้าหนีบขาด้านใน ค่อย ๆ ดันแยกเข่าออก ให้ผู้เรียนย่อตัวจนเป็นเหลี่ยม
  2. ถีบเข่าออกเพิ่มทีละน้อยให้ได้ระดับจนเข่าเสมอแนวไหล่
  3. ทรงท่าให้คงที่ รักษาเหลี่ยมเข่าให้ถูกต้องและสวยงาม
ข้อควรระวัง: ท่าถีบเหลี่ยมต้องให้ครูเป็นผู้กระทำ ผู้เรียนไม่ควรทำกับขาตนเองหรือให้เพื่อนช่วย เพราะการทำผิดวิธีอาจทำให้ได้รับอันตราย
วิธีฝึกท่าถีบเหลี่ยม
10

ท่าที่ 5 ฉีกขา

ความหมาย

ใช้สำหรับผู้เรียนที่ฝึกเป็นตัวลิงโดยเฉพาะ ช่วยให้ใช้ลำขาได้ตามต้องการ ยืนหรือย่อเหลี่ยมได้สัดส่วนงดงาม และฝึกความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อขา

ท่าเตรียม

ยืนหันหลังแนบเสาหรือฝาผนังเช่นเดียวกับท่าถีบเหลี่ยม ครูนั่งกับพื้น ให้ผู้เรียนเลื่อนตัวลงถึงพื้น เหยียดขาทั้งสองออกด้านข้างให้ตรง ครูใช้ฝ่าเท้ายันหน้าขาบริเวณหัวเข่าด้านใน แล้วค่อย ๆ ดันเข่าแยกไปด้านหลังทีละน้อยจนเข่าเป็นเส้นขนานกับแนวไหล่

วิธีปฏิบัติ

  1. นั่งบนพื้น เหยียดขาทั้งสองออกด้านข้าง รักษาลำตัวตั้งตรง
  2. ฉีกขาให้ได้ระดับเหมาะสม รักษาท่าทางให้ถูกต้องและสมดุล
  3. เพิ่มองศาการกางขาต่อเนื่อง ควบคุมการหายใจและผ่อนคลาย
  4. ครูใช้ฝ่าเท้ายันหัวเข่าด้านใน ค่อย ๆ ดันเข่าแยกจากกันทีละน้อย

ประโยชน์

  • เพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อขา
  • ช่วยให้ยืนและย่อเหลี่ยมได้สวยงาม
  • เพิ่มความแข็งแรงและความคล่องตัว
  • เป็นพื้นฐานสำคัญของการฝึกตัวลิง
ข้อแนะนำ: ต้องให้ครูเป็นผู้ช่วยฝึก ไม่ควรปฏิบัติตามลำพังหรือให้เพื่อนช่วย จนกว่าจะควบคุมอวัยวะได้เอง เพราะการทำผิดวิธีอาจเป็นอันตราย

ที่มา: สุรีรัตน์ จีนพงษ์ (2569)

วิธีฝึกท่าฉีกขา
11

ท่าที่ 6 หกคะเมน

ความหมาย

ใช้สำหรับผู้เรียนตัวลิง เป็นท่าโลดโผนเลียนแบบธรรมชาติของลิง ช่วยฝึกความคล่องตัว การทรงตัว และความแข็งแรงของร่างกาย

ท่าเตรียม

ยืนท่าตรง ใช้ฝ่ามือทั้งสองยันพื้น ก้มลำตัวไปด้านหน้า และเตรียมถ่ายน้ำหนักลงบนแขนทั้งสอง

รูปแบบการหกคะเมน

  • ใช้ฝ่ามือทั้งสองยันพื้นให้มั่นคง
  • ค่อย ๆ ยกเท้าทั้งสองขึ้นในอากาศ
  • ถ่ายน้ำหนักผ่านแขนและลำตัว
  • หกเท้าลงด้านหน้าหรือด้านหลังอย่างต่อเนื่อง

วิธีปฏิบัติ

  • ตีลังกากลับม้วน — หกคะเมนหงายไปข้างหลัง
  • อันธพา — หกคะเมนไปข้างหน้า
  • พาสุริน — หกคะเมนไปข้าง ๆ

ประโยชน์

ฝึกความคล่องตัวและการทรงตัว เสริมความแข็งแรง พัฒนาการควบคุมอวัยวะและการเคลื่อนไหว และเป็นพื้นฐานสำคัญของการแสดงตัวลิง

ข้อควรระวัง: ช่วงแรกต้องอยู่ในการดูแลของครูอย่างใกล้ชิด ไม่ควรฝึกเองหรือให้เพื่อนช่วย เพราะการทำผิดวิธีหรือขาดความระมัดระวังอาจทำให้ได้รับอันตราย
วิธีฝึกท่าหกคะเมน
12

ภาษาท่าโขน

ความหมายของภาษาท่านาฏศิลป์โขน

ภาษาท่า คือ การสื่อสารความหมายผ่านท่วงท่าการรำ การเคลื่อนไหว และอากัปกิริยาของผู้แสดง เพื่อถ่ายทอดเรื่องราว ความคิด อารมณ์ และบุคลิกลักษณะของตัวละครแทนการใช้คำพูดในการแสดงโขน

ภาษาท่าเปรียบเสมือน “ภาษาสากลของการแสดงโขน” ที่ทำให้ผู้ชมเข้าใจเรื่องราวผ่านการเคลื่อนไหวของผู้แสดง
ความหมายของภาษาท่าโขน
13

ภาษาท่าคืออะไร

ภาษาท่า คือ การใช้ท่าทางและการเคลื่อนไหวของร่างกายแทนคำพูด เพื่อสื่อความหมาย อารมณ์ และความรู้สึกให้ผู้ชมเข้าใจ

  1. ท่าทางแทนคำพูด
  2. ท่าทางแสดงอารมณ์
  3. ท่าทางแสดงอิริยาบถ
ประเภทของภาษาท่า
14

ท่าทางใช้แทนคำพูด: ท่าตัวเรา

ตัวอย่างท่าตัวเราของตัวละครทั้ง 4 ประเภท ได้แก่ ตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ และตัวลิง แต่ละฝ่ายใช้ลีลาตามบุคลิกเฉพาะของตัวละคร

ท่าตัวเรา ตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ ตัวลิง
15

ท่าทางใช้แทนคำพูด: ท่าตัวท่าน

ตัวอย่างท่าตัวท่านของตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ และตัวลิง ใช้สื่อถึงบุคคลที่ผู้แสดงกล่าวถึงหรือกำลังสนทนาด้วย

ท่าตัวท่าน ตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ ตัวลิง
16

ท่าทางใช้แทนคำพูด: ท่าปฏิเสธ

ตัวอย่างท่าปฏิเสธของตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ และตัวลิง ใช้สื่อความหมายว่าไม่ยอมรับ ไม่เห็นด้วย หรือไม่ต้องการ

ท่าปฏิเสธ ตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ ตัวลิง
17

ท่าทางใช้แทนอารมณ์และความรู้สึก: ท่ารัก

ตัวอย่างท่ารักของตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ และตัวลิง ถ่ายทอดความรัก ความผูกพัน และความเอ็นดูตามบุคลิกของตัวละคร

ท่ารัก ตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ ตัวลิง
18

ท่าทางใช้แทนอารมณ์และความรู้สึก: ท่าอาย

ตัวอย่างท่าอายของตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ และตัวลิง ถ่ายทอดความเขินอายด้วยท่าทางที่แตกต่างตามลักษณะตัวละคร

ท่าอาย ตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ ตัวลิง
19

ท่าทางใช้แทนอารมณ์และความรู้สึก: ท่าเศร้า

ตัวอย่างท่าเศร้าของตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ และตัวลิง ใช้สื่อความเสียใจ ความอาลัย หรือความทุกข์

ท่าเศร้า ตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ ตัวลิง
20

ท่าทางใช้แทนอารมณ์และความรู้สึก: ท่าโกรธ

ตัวอย่างท่าโกรธของตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ และตัวลิง ถ่ายทอดความไม่พอใจหรือความโกรธผ่านพลังและลีลาของแต่ละตัวละคร

ท่าโกรธ ตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ ตัวลิง
21

ท่าทางใช้แทนอิริยาบถและกริยา: ท่านั่ง

ตัวอย่างท่านั่งของตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ และตัวลิง แสดงรูปแบบการวางร่างกายที่ต่างกันตามฐานะและบุคลิกของตัวละคร

ท่านั่ง ตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ ตัวลิง
22

ท่าทางใช้แทนอิริยาบถและกริยา: ท่ายืน

ตัวอย่างท่ายืนของตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ และตัวลิง แสดงแนวลำตัว การวางแขนขา และน้ำหนักที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละฝ่าย

ท่ายืน ตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ ตัวลิง
23

ท่าทางใช้แทนอิริยาบถและกริยา: ท่าเดิน

ตัวอย่างท่าเดินของตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ และตัวลิง ถ่ายทอดลักษณะการเคลื่อนที่และบุคลิกของตัวละครแต่ละประเภท

ท่าเดิน ตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ ตัวลิง
24

ภาษานาฏศิลป์

เรียกว่า “ท่ารำ ท่าทำบท” หรือ “ตีบท” การใช้ภาษาท่ารำตามบทร้อง บทเจรจา และบทพากย์ คือ การรำทำบทไปตามถ้อยคำ ผู้แสดงโขนต้องแสดงภาษาท่าไปตามคำนั้น ๆ เพื่อสื่อความหมายให้ผู้ชมเข้าใจ

จำแนกออกเป็น 2 ชนิด คือ รำหน้าพาทย์ และ รำบทหรือรำใช้บท

ความหมายของภาษานาฏศิลป์และการตีบท
25

การรำโขน 2 ประเภท

1. รำหน้าพาทย์

  • รำตามจังหวะและทำนองเพลงปี่พาทย์
  • เน้นความสัมพันธ์กับดนตรี
  • เพลงชิด เสมอ รัว โอด ตระ กราวนอก กราวใน แผละ คุกพาทย์ เป็นต้น

2. รำตีบท (รำใช้บท)

  • รำตามบทร้อง บทพากย์ และบทเจรจา
  • ถ่ายทอดอารมณ์ ความคิด และความรู้สึกของตัวละคร
  • ใช้ภาษาท่าสื่อสารกับผู้ชม

การรำโขนแบ่งเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ รำหน้าพาทย์และรำตีบท ซึ่งผู้แสดงต้องปฏิบัติให้สอดคล้องกับดนตรีและเนื้อเรื่อง

การรำหน้าพาทย์และการรำตีบท
26

ตัวอย่างภาษานาฏศิลป์: ท่าพระและท่านาง

1. ท่าพระ

ชุด นารายณ์ปราบนนทก

“เมื่อนั้น องค์นารายณ์ เป็นใหญ่”

2. ท่านาง

ชุด นารายณ์ปราบนนทก

“เป็นโฉมงามเทพพระอัปสร”

ผู้แสดงต้องใช้ภาษาท่าที่เหมาะสมกับบทบาท เพื่อสื่อความหมายให้ผู้ชมเข้าใจเนื้อเรื่อง

ตัวอย่างภาษานาฏศิลป์ท่าพระและท่านาง
27

ตัวอย่างภาษานาฏศิลป์: ท่ายักษ์และท่าลิง

3. ท่ายักษ์

ชุด นารายณ์ปราบนนทก

“เราก็ชายชาญ สงครามหน่อเนื้อพรหมประพล”

4. ท่าลิง

ชุด หนุมานชูกล่องดวงใจ

“ครั้นครั้นสองนายเหาะมา”

ผู้แสดงต้องใช้ภาษาท่าที่เหมาะสมกับบทบาท เพื่อสื่อความหมายให้ผู้ชมเข้าใจเนื้อเรื่อง

ตัวอย่างภาษานาฏศิลป์ท่ายักษ์และท่าลิง
28

สรุปท้ายบทเรียน

การฝึกหัดโขนเบื้องต้น

เป็นรากฐานสำคัญของการแสดงโขน ช่วยพัฒนาร่างกาย จิตใจ และระเบียบวินัยของผู้แสดง

ตัวละครโขน 4 ประเภท

พระ • นาง • ยักษ์ • ลิง

ท่าฝึกพื้นฐาน 6 ท่า

ตบเข่า • ถองสะเอว • เต้นเสา • ถีบเหลี่ยม • ฉีกขา • หกคะเมน

ภาษาท่า

เป็นพื้นฐานของภาษานาฏศิลป์และภาษาโขน ใช้ถ่ายทอดอารมณ์ ความคิด และเรื่องราว

การตีบท

รำหน้าพาทย์ • รำตีบท (รำใช้บท)

ตีบทแตก

ผู้แสดงที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์และความหมายได้อย่างสมบูรณ์ เรียกว่า “ตีบทแตก”

สรุปการฝึกหัดโขนเบื้องต้น
DanceDL.com · หน่วยการเรียนรู้ที่ 10 · การฝึกหัดโขนเบื้องต้น
Scroll to Top