รศ.ดร.สุภาวดี โพธิเวชกุลการละครไทย
แบบปรับปรุง
โดย รศ.ดร.สุภาวดี โพธิเวชกุล
มรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนภูมิปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการปรับตัวของศิลปินไทยต่อการเปลี่ยนแปลง

ละครไทยแบบปรับปรุงคืออะไร
เป็นรูปแบบการแสดงละครไทยที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากละครรำแบบดั้งเดิม เกิดขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ช่วงรัชกาลที่ 4-6 ซึ่งเปิดรับอิทธิพลวัฒนธรรมจากต่างชาติ
ปรับปรุงให้สอดคล้องกับบริบททางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และความนิยม ทั้งด้านการแสดง การสร้างฉาก การออกแบบเวที และการดำเนินเรื่อง

ลักษณะสำคัญของละครไทยแบบปรับปรุง
- ใช้การรำในการดำเนินเรื่อง: มี 2 แนวทาง คือ ใช้ท่ารำเป็นหลัก และใช้ท่าสามัญชนเป็นหลัก
- เพิ่มบทบาทการร้องและการเจรจา: รวมถึงการแสดงท่าทางแบบชีวิตจริง
- ปรับการดำเนินเรื่องให้กระชับ: ลดขั้นตอนที่ช้า ทำให้ต่อเนื่องและรวดเร็วขึ้น
- สร้างฉากและจัดเวทีเป็นระบบ: รับอิทธิพลตะวันตก มีการออกแบบฉาก แสง สี และความสมจริง
- ผสมผสานวัฒนธรรมต่างชาติ: เปิดรับและประยุกต์ใช้ในการแสดง
- เน้นความสมจริง: เรื่องราว ตัวละคร และการแสดงสอดคล้องกับบทบาทและยุคสมัย
- สะท้อนพัฒนาการสังคมและวัฒนธรรมไทย: แสดงการปรับตัวต่อกระแสการเปลี่ยนแปลง

ประเภทและแนวทางละครไทยแบบปรับปรุง
1. ใช้ท่ารำเป็นหลัก
ละครดึกดำบรรพ์ • ละครพันทาง • ละครเสภา
2. ใช้ท่าสามัญชนเป็นหลัก
ละครร้อง • ละครพูด
ที่มา: ณัฐดา เวชพิทักษ์ และณัชฐณิฌา สุจาศรี (2569), การแสดงละครเรื่องพระลอ

ละครไทยใช้ท่ารำเป็นหลัก
แนวทางละครไทยแบบปรับปรุงที่ใช้ท่ารำเป็นหลักประกอบด้วย
- ละครดึกดำบรรพ์
- ละครพันทาง
- ละครเสภา
ส่วนละครร้องและละครพูดจัดอยู่ในแนวทางที่ใช้ท่าสามัญชนเป็นหลัก

ละครดึกดำบรรพ์
- เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 จากการจัดคอนเสิร์ตเพื่อต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง
- พัฒนาเป็น “คอนเสิร์ตเรื่อง” หรือ “ละครมืด”
- คอนเสิร์ตประกอบภาพนิ่งเรียกว่า “ตาโบลวิวังต์” (Tableau Vivant)
- ได้รับอิทธิพลจากละครโอเปร่าและปรับเป็นแบบไทย จนเกิดเป็นละครดึกดำบรรพ์
ที่มา: ช่างภาพดีดี PhotographerDD (2568, 12 กันยายน), การแสดงศิลปนิพนธ์แนวอนุรักษ์ รุ่น 26 สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ละครดึกดำบรรพ์ เรื่องสังข์ทอง ตอนถอดรูป Facebook: https://www.facebook.com/share/1BM6hogCGJ/?mibextid=wwXIfr

บุคคลสำคัญของละครดึกดำบรรพ์
เจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์
(หม่อมราชวงศ์หลาน กุญชร) เป็นผู้อำนวยการสร้างละครดึกดำบรรพ์
สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์
(พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าจิตรเจริญ) ทรงพระราชนิพนธ์บท เลือกสรรและปรับปรุงทำนองเพลง ออกแบบฉาก และกำกับการแสดง
หลวงประดิษฐ์ไพเราะ
(ตาด ตาตะนันทน์) เป็นผู้จัดทำนองเพลง ควบคุมวงดนตรีและปี่พาทย์
หม่อมเข็ม กุญชร ณ อยุธยา
เป็นผู้ปรับปรุงประดิษฐ์ท่ารำ และฝึกสอนการรำให้เข้ากับบทและลำนำทำนองเพลง

ลักษณะสำคัญของละครดึกดำบรรพ์
- ผู้แสดงร้อง เจรจา และรำเอง ไม่มีผู้บอกบท จึงต้องเสียงดี ร้องไพเราะ รูปร่างงาม และรำงาม
- แสดงบนเวที มีฉากประกอบสอดคล้องกับเหตุการณ์และสถานที่
- ไม่มีบทกล่าวถึงกิริยาอาการต่าง ๆ เพราะตัวละครแสดงท่าทางให้เห็นอยู่แล้ว
ที่มา: ช่างภาพดีดี PhotographerDD (2563, 23 กุมภาพันธ์), นักศึกษาปริญญาโท รุ่น 10 คณะศิลปนาฏดุริยางค์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ละครดึกดำบรรพ์ เรื่องจันทกินรี ตอนท้าวพรหมทัตพบนางกินรี

องค์ประกอบละครดึกดำบรรพ์
- ผู้แสดง: เริ่มต้นใช้หญิงล้วน ต่อมาใช้ชายจริงหญิงแท้ เล่นได้ทั้ง 2 แบบ
- บทเพลงและดนตรี: ใช้วงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์
- เครื่องแต่งกาย: ยืนเครื่องพระ-นาง ยืนเครื่องเบา หรือปรับชุดให้สอดคล้องกับเรื่อง
- ฉากและอุปกรณ์: สร้างฉาก เปิด-ปิดม่าน และจัดฉากตามเนื้อเรื่อง
- โอกาส: งานพระราชพิธี งานสมโภช และงานฉลอง
- เรื่องที่แสดง: คาวี สังข์ทอง อิเหนา สังข์ศิลป์ชัย จันทกินรี และพระยศเกตุ
- วิธีแสดง: ผู้แสดงร้องเองและร่ายรำประกอบบท ไม่มีบทกล่าวถึงกิริยาอาการต่าง ๆ

คลิปตัวอย่างละครดึกดำบรรพ์
พื้นที่สำหรับวางคลิปตัวอย่าง
นำโค้ดฝังวิดีโอมาใส่ในส่วนนี้ได้ภายหลัง

ละครพันทาง
- พัฒนามาจากละครนอก
- ดัดแปลงจากพงศาวดารต่างชาติ โดยปรับปรุงเพลงและวิธีแสดงใหม่
- เพลงร้องประกอบใช้สำเนียงภาษาตามตัวละครชาติต่าง ๆ เช่น ลาว พม่า แขก มอญ และจีน
ที่มา: สำนักการสังคีต กรมศิลปากร (2563, 30 สิงหาคม), ละครพันทาง เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอนสามรัก สามร่าง Facebook: https://www.facebook.com/share/192uwQraZ6/

วิวัฒนาการของละครพันทาง
- ระยะที่ 1 — ละครผสมสามัคคี: เจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรงนำพงศาวดารชาติต่าง ๆ มาแสดง ปรับให้เลียนแบบเชื้อชาติของตัวละคร และเริ่มเก็บค่าตั๋วชมละครเป็นครั้งแรก
- ระยะที่ 2: กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์นำแบบแผนละครตะวันตกมาใช้ แบ่งฉากและเปลี่ยนฉากตามท้องเรื่อง เรื่องแรกคือพระลอ นำพงศาวดารมาแสดงและปรับเครื่องแต่งกายใหม่ เรียกว่า “ละครพันทาง”
- ระยะที่ 3: กรมศิลปากรฟื้นฟูละครพันทาง ปรับปรุงเรื่องแรกคือราชาธิราช และแต่งเรื่องใหม่ เช่น พ่อขุนกรุงสุโขทัย ศึกเก้าทัพ โดยเฉพาะราชาธิราชและผู้ชนะสิบทิศ

บุคคลสำคัญของละครพันทาง
เจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง
(เพ็ง เพ็ญกุล)
กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์
(พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าวรวรรณากร)
ทรงริเริ่มและพัฒนา ดัดแปลงพงศาวดารต่างชาติ โดยปรับปรุงเพลงและวิธีการแสดงใหม่

ลักษณะสำคัญของละครพันทาง
- เล่นเรื่องพงศาวดารและละครจากชาติต่าง ๆ
- คำเจรจาเป็นร้อยแก้ว และมีเจรจาน้อย
- ดำเนินเรื่องรวดเร็ว และมีตลกปนบ้าง
- เปลี่ยนฉากประกอบการแสดง และใช้เครื่องดนตรีออกภาษาสอดคล้องกับสำเนียงเชื้อชาติของตัวละคร
ที่มา: สำนักการสังคีต กรมศิลปากร (2568, 30 ธันวาคม), “อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีศรียาลัย” ละครพันทาง เรื่องราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสา

องค์ประกอบของละครพันทาง
- ผู้แสดง: แรกเริ่มหญิงล้วน ต่อมาใช้ผู้ชายจริง ผู้หญิงแท้ และใช้สำเนียงตามเชื้อชาติของตัวละคร
- บทเพลงและดนตรี: เพลงรับร้องแบบออกภาษา ใช้ปี่พาทย์ไม้นวม ปี่พาทย์เครื่องห้า เครื่องคู่ และเครื่องดนตรีออกภาษา
- เครื่องแต่งกาย: ตามแบบเชื้อชาติของตัวละครในท้องเรื่อง
- ฉากและอุปกรณ์: เปิด-ปิดม่านบนเวที และสร้างฉากเป็นตอน ๆ
- โอกาส: พระราชพิธี งานสมโภช และงานฉลองทั่วไป
- เรื่องที่แสดง: บทพงศาวดาร เช่น พระลอ ราชาธิราช พระยาน้อย สามก๊ก และพระอภัยมณี
- วิธีแสดง: ผสมท่ารำไทยตามเชื้อชาติตัวละคร ไม่รำในบทเจรจา และผู้แสดงพูดบทเอง

คลิปตัวอย่างละครพันทาง
พื้นที่สำหรับวางคลิปตัวอย่าง
นำโค้ดฝังวิดีโอมาใส่ในส่วนนี้ได้ภายหลัง

ละครเสภา
- กำเนิดจากการขับเสภาซึ่งมีมาตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา นิยมนำวรรณคดีมาขับ
- เดิมไม่มีดนตรี ต่อมามีวงปี่พาทย์บรรเลงและแทรกเพลงร้อง
- นำตัวละครมาแสดงรำตามคำขับเสภา เรียกว่า “เสภารำ”
- พัฒนาเป็นละครเสภา เรื่องแรกคือ “ไกรทอง”
ที่มา: สำนักการสังคีต กรมศิลปากร (2561, 26 พฤษภาคม), ขุนช้างขุนแผน ตอนพลายบัวเกี้ยวนางตานี Facebook: https://www.facebook.com/share/1ArGyVZRK4/

บุคคลสำคัญของละครเสภา
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2)
ทรงส่งเสริมและพัฒนาการขับเสภา

วิวัฒนาการของละครเสภา
- เสภาทรงเครื่อง: ขับเสภาร้องส่งให้ปี่พาทย์รับ ใช้วงปี่พาทย์เครื่องใหญ่ บทบาทการขับเสภาลดลงและให้ความสำคัญกับการบรรเลงมากขึ้น
- เสภารำ: มีคนขับเสภาและเครื่องปี่พาทย์ ผู้แสดงร้องและรำ มีตัวละครออกแสดงตามคำขับ และมีเจรจาตามเนื้อเรื่อง
- เสภารำแนวตลก: ใช้เค้าโครงเดิมแต่เพิ่มบทตลก นิยมเรื่องขุนช้างขุนแผน ใช้ถ้อยคำและเจรจาให้ขบขันหรือสองแง่สองง่าม แต่ไม่ใช้คำหยาบจริง

ลักษณะสำคัญของละครเสภา
- ดำเนินเรื่องด้วยการขับเสภา
- มีการรำ ร้อง และเจรจาประกอบการแสดง
- มีการบรรเลงดนตรีปี่พาทย์ประกอบ
ที่มา: สำนักการสังคีต กรมศิลปากร (2560, 23 มิถุนายน), ละครเสภา เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนพลายเพชรพลายบัวออกศึก Facebook: https://www.facebook.com/share/17isU4oMGi/

องค์ประกอบของละครเสภา
- ผู้แสดง: นิยมชายจริงหญิงแท้
- เครื่องแต่งกาย: ตามท้องเรื่องแบบพันทาง เช่น บทบาทและฐานะ
- บทเพลงและดนตรี: ขับเสภาร่วมกับปี่พาทย์และการขับร้อง
- ฉากและอุปกรณ์: สร้างฉากเหตุการณ์ตามท้องเรื่อง
- โอกาส: งานสมโภช งานบุญศาสนา และงานทั่วไป
- เรื่องที่แสดง: นิทานพื้นบ้าน เช่น ขุนช้างขุนแผน และไกรทอง
- วิธีแสดง: ใช้การขับเสภาดำเนินเรื่อง

คลิปตัวอย่างละครเสภา
พื้นที่สำหรับวางคลิปตัวอย่าง
นำโค้ดฝังวิดีโอมาใส่ในส่วนนี้ได้ภายหลัง

ละครที่ใช้ท่าสามัญชนเป็นหลัก
ประเภทละครไทยแบบปรับปรุงที่ใช้ท่าสามัญชนเป็นหลัก ได้แก่
- ละครร้อง
- ละครพูด
ส่วนละครดึกดำบรรพ์ ละครพันทาง และละครเสภา ใช้ท่ารำเป็นหลัก

ละครร้อง
- มีต้นกำเนิดจากการแสดงของชาวมลายูเรียกว่า “บังสวัน” เป็นการร้องโต้ตอบระหว่างตัวละคร
- เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5
- พัฒนาโดยกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์
- ใช้การร้องดำเนินเรื่องและใช้ท่าสามัญชนในการแสดง
ที่มา: ช่างภาพดีดี PhotographerDD (2562, 10 มกราคม), นักศึกษาคณะศิลปนาฏดุริยางค์ รุ่น 19 สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ละครร้อง เรื่องสาวเครือฟ้า ฉากกลับ

บุคคลสำคัญของละครร้อง
รัชกาลที่ 5
ทรงปรับปรุงละครร้องขึ้นโดยรับอิทธิพลจากละครต่างชาติ
กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์
ทรงแก้ไขปรับปรุงเป็นละครร้อง
รัชกาลที่ 6
ทรงดัดแปลงละครต่างชาติมาเป็นละครแบบไทย

ละครร้องสลับพูด
- มีทั้งบทร้องและบทพูด โดยยึดการร้องเป็นสำคัญ
- บรรเลงด้วยวงปี่พาทย์ไม้นวม
- ฉากและอุปกรณ์ตามท้องเรื่อง
- แต่งกายตามเนื้อเรื่อง
- เรื่องที่แสดง: ตุ๊กตายอดรัก ขวดแก้วเจียระไน เครือณรงค์ กากี ภารตะ และสาวเครือฟ้า

ละครร้องล้วน ๆ
- ตัวละครขับร้องโต้ตอบกันเป็นการเจรจา ไม่พูดเป็นร้อยแก้ว
- ใช้ผู้ชายและผู้หญิงแสดงตามเนื้อเรื่อง
- บรรเลงด้วยวงปี่พาทย์ไม้นวม
- แต่งกายตามลักษณะตัวละครในเรื่อง
- เรื่องที่แสดง: สาวิตรี และพระร่วง

ลักษณะสำคัญของละครร้อง
- ใช้การร้องเป็นหลักในการดำเนินเรื่อง
- มีทั้งละครร้องล้วนและละครร้องสลับพูด
- ใช้ท่าสามัญชนในการแสดง ไม่เน้นรำ
- มุ่งถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกของตัวละคร

องค์ประกอบของละครร้อง
- ผู้แสดง: ผู้ชายจริง ผู้หญิงแท้
- บทเพลงและดนตรี: วงปี่พาทย์ไม้นวม
- เครื่องแต่งกาย: ตามเชื้อชาติของตัวละครในเรื่อง
- ฉากและอุปกรณ์: ตามท้องเรื่องและสถานการณ์
- โอกาส: งานสมโภช งานฉลอง และโอกาสทั่วไป
- เรื่องที่แสดง: สาวิตรี พระร่วง สาวเครือฟ้า กากี และสีหราชเดโช
- วิธีแสดง: ละครร้องล้วนดำเนินเรื่องด้วยเพลงแทนเจรจา ส่วนละครร้องสลับพูดใช้การขับร้องดำเนินเรื่องและมีพูดสลับเจรจา

คลิปตัวอย่างละครร้อง
พื้นที่สำหรับวางคลิปตัวอย่าง
นำโค้ดฝังวิดีโอมาใส่ในส่วนนี้ได้ภายหลัง

ละครพูด
- ใช้การพูดและเจรจาในการดำเนินเรื่อง
- ได้รับอิทธิพลจากการละครตะวันตก
- เกิดในสมัยรัชกาลที่ 5 และเจริญรุ่งเรืองในสมัยรัชกาลที่ 6
ที่มา: ช่างภาพดีดี PhotographerDD (2562, 24 มีนาคม), ละครพูด เรื่องเห็นแก่ลูก ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว การแสดงของนักศึกษาสาขานาฏศิลป์ไทย ชั้นปีที่ 4 รุ่นที่ 5 สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

บุคคลสำคัญของละครพูด
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6)
ทรงส่งเสริมและพัฒนาละครพูดในประเทศไทย และได้รับการยกย่องพระเกียรติในฐานะ “พระบิดาแห่งละครพูด”

ละครพูดล้วน ๆ
- ดำเนินเรื่องด้วยวิธีพูด
- ใช้ท่าทางสามัญชนประกอบการพูดอย่างเป็นธรรมชาติ
- บรรเลงด้วยวงดนตรีสากลหรือปี่พาทย์ไม้นวม เฉพาะเวลาปิดฉาก
- แต่งกายตามสมัยนิยมและตามเนื้อเรื่อง

ละครพูดแบบร้อยกรอง
ดำเนินเรื่องด้วยคำประพันธ์ชนิดคำกลอน คำฉันท์ หรือคำโคลง ใช้ผู้แสดงชายและหญิง แต่งกายตามบุคลิกตัวละคร แบ่งเป็น
ละครพูดคำกลอน
ดำเนินเรื่องด้วยบทกลอนจากพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 เช่น พระร่วง
ละครพูดคำฉันท์
ดำเนินเรื่องด้วยคำฉันท์ เช่น มัทนะพาธา พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6
ละครพูดสลับลำ
พูดสลับขับร้อง ยึดบทพูดเป็นหลัก บทร้องแทรกเพื่อย้ำความ บรรเลงคล้ายละครพูดล้วน เช่น วิวาห์พระสมุทร

ลักษณะสำคัญของละครพูด
- ใช้การเจรจาเป็นหลักในการดำเนินเรื่อง ไม่มีรำ
- มุ่งเน้นความสมจริงของตัวละคร
- มีละครพูดล้วนและละครพูดแบบร้อยกรอง ได้แก่ คำกลอน คำฉันท์ และพูดสลับลำ
- สะท้อนวิถีชีวิตและสังคมในแต่ละยุคสมัย

องค์ประกอบของละครพูด
- ผู้แสดง: ผู้ชายจริง ผู้หญิงแท้
- บทเพลงและดนตรี: วงปี่พาทย์ไม้นวม บรรเลงเปิด-ปิดฉาก โหมโรงก่อนแสดง หรือบรรเลงสั้น ๆ ระหว่างเปลี่ยนฉาก
- เครื่องแต่งกาย: แบบสามัญชนและตามบทบาท
- ฉากและอุปกรณ์: สร้างตามท้องเรื่อง
- โอกาส: งานสมโภช งานฉลอง งานทั่วไป และงานมหรสพ
- เรื่องที่แสดง: พระราชนิพนธ์และเรื่องแปล เช่น มัทนะพาธา ปล่อยแก่ เห็นแก่ลูก และเวนิสวาณิช
- วิธีแสดง: ดำเนินเรื่องด้วยการพูด ตัวละครใช้ท่าทางสามัญชน

คลิปตัวอย่างละครพูด
พื้นที่สำหรับวางคลิปตัวอย่าง
นำโค้ดฝังวิดีโอมาใส่ในส่วนนี้ได้ภายหลัง

สรุปบทเรียน
ละครไทยแบบปรับปรุงเกิดจากการพัฒนาละครไทย โดยผสมผสานวัฒนธรรมชาติต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับยุคสมัย
- มี 2 กลุ่ม คือ ใช้ท่ารำเป็นหลัก และ ใช้ท่าสามัญชนเป็นหลัก
- ได้รับอิทธิพลจากละครต่างชาติและละครตะวันตก แต่นำมาปรับให้เข้ากับวิถีชีวิตและยังคงเอกลักษณ์ความเป็นไทย
- ใช้ท่ารำดำเนินเรื่อง: ละครดึกดำบรรพ์ ละครพันทาง และละครเสภา
- ใช้ท่าสามัญชนทั่วไป: ละครร้อง และละครพูด
- รวม 5 ประเภท ได้แก่ ละครดึกดำบรรพ์ ละครพันทาง ละครเสภา ละครร้อง และละครพูด
