หน่วยการเรียนรู้ที่ 1

👤 มีผู้เรียนแล้ว 3 คน
อาจารย์ผู้สอนหน่วยการเรียนรู้ที่ 1
ดร.ชวลิต สุนทรานนท์ดร.ชวลิต สุนทรานนท์
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1

วิวัฒนาการของ นาฏศิลป์ และการละครไทย

โดย ดร. ชวลิต สุนทรานนท์
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1

วิวัฒนาการของ
นาฏศิลป์และการละครไทย

เรียนรู้จุดกำเนิดและพัฒนาการของนาฏศิลป์และการละครไทยตามลำดับเวลา

เรียบเรียงจากเนื้อหาโดย ดร. ชวลิต สุนทรานนท์
เริ่มเรียนบทนี้
คำถามนำเข้าสู่บทเรียน

นาฏศิลป์ไทยถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่สมัยใด?

เปิดดูเรื่องราวตามลำดับเวลา ตั้งแต่สมัยน่านเจ้าไปจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์

01
HISTORY

วิวัฒนาการของนาฏศิลป์และการละครไทย

จุดเริ่มต้น

สมัยน่านเจ้า

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ สันนิษฐานว่าในสมัยน่านเจ้าได้รู้จักนิทานเรื่องนางมโนราห์ โดยปรากฏในหมู่ชนเผ่าไตทางตอนใต้ของจีนในชื่อ “นามาโนห์รา” (Namanora) ซึ่งเชื่อว่าเพี้ยนมาจากคำว่า “นางมโนราห์” ของไทย

ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าได้นำเรื่องนี้มาแสดงเป็นละคร มีเพียงการรับรู้ในฐานะวรรณกรรมหรือนิทานเท่านั้น นอกจากนี้ชาวไตยังมีการละเล่นประเภทระบำ เช่น ระบำหมวก และระบำนกยูง

พัฒนารูปแบบ

สมัยสุโขทัย

แม้ยังไม่ปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับการละครอย่างชัดเจน แต่พบคำว่า “ระบำ รำ ฟ้อน และเต้น” ในหลักศิลาจารึกและวรรณกรรมสำคัญ สะท้อนให้เห็นว่ามีการละเล่นพื้นเมืองและการแสดงเพื่อความรื่นเริงอยู่แล้ว

ต่อมาไทยได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากอินเดียผ่านพม่า มอญ ขอม และละว้า ส่งผลให้ศิลปะการแสดงมีแบบแผนชัดเจนยิ่งขึ้น และเริ่มมีการเรียกศิลปะการแสดงว่า “โขน ละคร และฟ้อนรำ”

ละครรำ 3 ประเภท

สมัยอยุธยา

นาฏศิลป์และการละครไทยมีพัฒนาการอย่างเป็นแบบแผนมากขึ้น โดยปรากฏการแสดงสำคัญ เช่น หนังใหญ่ โม่งครุ่ม และกุลาตีไม้ รวมทั้งการฟ้อนรำในพระราชพิธีและงานรื่นเริง

01

ละครชาตรี

ละครดั้งเดิมแบบละครเร่ ใช้ผู้แสดงจำนวนน้อย นิยมแสดงเรื่องพื้นบ้าน เช่น พระรถเสน และมโนราห์

02

ละครนอก

พัฒนาจากละครชาตรี แสดงนอกพระราชฐาน เน้นความสนุก ดำเนินเรื่องรวดเร็ว และตลกขบขัน

03

ละครใน

ละครราชสำนัก ใช้ผู้แสดงหญิง รูปแบบประณีต นิยมแสดงรามเกียรติ์ อิเหนา และอุณรุท

การฟื้นฟู

สมัยธนบุรี

เมื่อสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงสถาปนากรุงธนบุรีใน พ.ศ. 2311 จึงทรงฟื้นฟูการละคร โดยรวบรวมศิลปินและบทละครเมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาให้กลับมาเป็นหมวดหมู่อีกครั้ง

พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องรามเกียรติ์ จำนวน 5 ตอน ได้แก่

  1. หนุมานเกี้ยวนางวานริน
  2. ท้าวมาลีวราชว่าความ
  3. ทศกัณฐ์ตั้งพิธีทรายกรด (เผารูปเทวดา)
  4. พระลักษมณ์ถูกหอกกบิลพัท
  5. ปล่อยม้าอุปการ

พระองค์ยังทรงควบคุมการฝึกซ้อมด้วยพระองค์เอง มีการฝึกหัดละครหลวงขึ้นใหม่ และโปรดให้มีการแสดงทั้งละครใน ละครนอก ละครของเจ้านครศรีธรรมราช รวมถึงละครเอกชน

ยุครัตนโกสินทร์

รัชกาลที่ 1-3

สมัยรัชกาลที่ 1

ทรงฟื้นฟูนาฏศิลป์และการละครภายหลังสงคราม โดยรวบรวมตำราฟ้อนรำและบันทึกภาพท่ารำแม่บทไว้เป็นหลักฐาน ทรงส่งเสริมการฝึกโขนและละครหลวง รวมทั้งพัฒนาโขนให้ผสมผสานรูปแบบละครใน มีการปรับปรุงบทร้อง เครื่องแต่งกาย และศิราภรณ์ให้มีความงดงามยิ่งขึ้น

ทรงพระราชนิพนธ์และฟื้นฟูบทละครสำคัญ ได้แก่ รามเกียรติ์ อิเหนา ดาหลัง และอุณรุท

สมัยรัชกาลที่ 2

เป็นยุคทองของวรรณคดีและนาฏศิลป์ไทย พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยด้านการละครอย่างยิ่ง และทรงพระราชนิพนธ์บทละครทั้งละครในและละครนอก โดยเฉพาะเรื่องอิเหนา ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นยอดแห่งบทละครรำ

นาฏศิลป์ในสมัยนี้มีความประณีตงดงามตามแบบราชสำนัก ทั้งด้านท่ารำ บทร้อง ดนตรี และเครื่องแต่งกาย

สมัยรัชกาลที่ 3

แม้ทรงยกเลิกละครหลวง แต่การละครไทยกลับแพร่หลายสู่คณะละครของเจ้านายและขุนนาง ส่งผลให้เกิดคณะละครเอกชนจำนวนมาก มีการสืบทอดและพัฒนารูปแบบการแสดง ทั้งโขน ละครใน และละครนอก ทำให้นาฏศิลป์ไทยยังคงดำรงอยู่และแพร่หลายต่อเนื่อง

การเปลี่ยนแปลง

รัชกาลที่ 4-6

สมัยรัชกาลที่ 4

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีละครหลวงขึ้นใหม่ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการผู้น้อย และเอกชนฝึกหัดละครผู้หญิงได้ และทรงให้ตั้งภาษีมหรสพเป็นครั้งแรก เรียกว่า “ภาษีโขนละคร”

ทรงพระราชนิพนธ์บทละครหลายเรื่อง เช่น รามเกียรติ์ ตอนพระรามเดินดง บทเบิกโรง ตอนนารายณ์ปราบนนทก ตอนพระรามเข้าสวนพิราพ บทระบำ และบทเบิกโรงรำกิ่งไม้เงินทอง

สมัยรัชกาลที่ 5

นาฏศิลป์และการละครไทยมีพัฒนาการอย่างมากจากการผสมผสานวัฒนธรรมตะวันตก เกิดรูปแบบละครใหม่ ได้แก่ ละครพันทาง ละครดึกดำบรรพ์ ละครร้อง และละครพูด

ทรงยกเลิกภาษีโขนละคร และส่งเสริมให้เจ้านายกับเอกชนจัดตั้งคณะละคร ส่งผลให้การละครไทยแพร่หลายและมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

สมัยรัชกาลที่ 6

ทรงจัดตั้งกรมมหรสพ เพื่อทำนุบำรุงโขน ละคร และดนตรีปี่พาทย์ให้เจริญรุ่งเรือง มีการจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดศิลปะในกรมมหรสพ และจัดพิมพ์ตำราฟ้อนรำที่มีความสมบูรณ์

นอกจากนี้ยังทรงอุปถัมภ์ศิลปินและทรงพระราชนิพนธ์บทละครหลายประเภท จึงนับเป็นยุคที่โขน ละคร และดนตรีไทยรุ่งเรืองอย่างยิ่ง

สืบสานสู่ปัจจุบัน

รัชกาลที่ 7-10

สมัยรัชกาลที่ 7

มีการฟื้นฟูงานนาฏศิลป์และการละครผ่านกองมหรสพ พร้อมเปิดฝึกหัดโขน ละคร และดนตรี อีกทั้งเกิดละครเพลงและภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยม

สมัยรัชกาลที่ 8

นาฏศิลป์และละครอยู่ภายใต้การดูแลของกรมศิลปากร มีการจัดตั้งโรงเรียนนาฏศิลป์ใน พ.ศ. 2488 พร้อมฟื้นฟูโขนและละครรำ ในยุคนี้เกิด “ละครหลวงวิจิตรวาทการ”

ต่อมาในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม มีนโยบายรัฐนิยมส่งเสริมความรักชาติ จึงให้กรมศิลปากรคิดรำวงขึ้นใหม่ เรียกว่า “รำวงมาตรฐาน”

สมัยรัชกาลที่ 9

นาฏศิลป์ไทยพัฒนาอย่างมาก มีการบรรจุวิชานาฏศิลป์ในระบบการศึกษา และเปิดสอนในระดับอุดมศึกษาเพื่อผลิตครูและศิลปิน พระองค์ทรงได้รับพระราชสมัญญา “อัครศิลปิน” และทรงส่งเสริมการอนุรักษ์นาฏศิลป์ไทยเป็นอย่างยิ่ง

ใน พ.ศ. 2550 ได้จัดแสดงโขนพระราชทานเป็นครั้งแรก และต่อมามีการจัดแสดงอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

สมัยรัชกาลที่ 10

มีการสืบทอดและเผยแพร่นาฏศิลป์ไทยอย่างต่อเนื่อง โดยโขนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติใน พ.ศ. 2561 และโนราใน พ.ศ. 2564 นาฏศิลป์ไทยได้รับการส่งเสริมทั้งด้านการศึกษาและการเผยแพร่ศิลปะการแสดงอย่างต่อเนื่อง

บุคคลสำคัญ

บุคคลสำคัญในวงการนาฏศิลป์และการละคร
ของไทยที่ควรรู้จัก

01

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์

ผู้วางรากฐานและพัฒนานาฏศิลป์
และละครไทย

ที่มา: facebook colouredbysebastianpeet
02

ครูศุภลักษณ์ ภัทรนาวิก

ผู้บุกเบิกนาฏศิลป์ไทย
ผู้วางรากฐานการสอนในวิทยาลัยนาฏศิลป์

ที่มา: นาฏยศาสตร์ แห่งราชอาณาจักรไทย
03

ครูลมุล ยมะคุปต์

ผู้บุกเบิกนาฏศิลป์ไทย
และวางรากฐานการสอนในวิทยาลัยนาฏศิลป์

ที่มา: facebook โปร่งโบราณ
บุคคลสำคัญ

บุคคลสำคัญในวงการนาฏศิลป์และการละคร
ของไทยที่ควรรู้จัก

04

ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี

ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย เป็นผู้คิดค้นท่ารำใหม่
โดยยึดระเบียบแบบแผนตามประเพณีโบราณ
และมีความสามารถในการประพันธ์บทโขนละคร

ที่มา: facebook ครูโขนยักษ์
05

ครูเฉลย ศุขะวณิช

ผู้บุกเบิกนาฏศิลป์ไทย
และวางรากฐานการสอนในวิทยาลัยนาฏศิลป์

ที่มา: facebook เรื่องเล่านาฏศิลป์
06

ครูจำเรียง พุธประดับ

ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย)
ประจำปี พ.ศ. 2535 ได้รับการยกย่องเป็นปรมาจารย์
ผู้เชี่ยวชาญด้าน “ตัวนาง”

ที่มา: สตรีสยาม
บุคคลสำคัญ

บุคคลสำคัญในวงการนาฏศิลป์และการละคร
ของไทยที่ควรรู้จัก

06

ครูรงภักดี
(เจียร จารุจรณ)

ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์)
ประจำปี พ.ศ. 2529 เป็นที่รู้จักในฐานะ
“คนสานตำนานยักษ์”

ที่มา: facebook ไทยไทย : thaithai
07

รศ.ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ

ศิลปินแห่งชาติ
สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์)
พ.ศ. 2548

ที่มา: mixmagazine.in.th/00003469
08

ครูกรี วรศะริน

ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง
(นาฏศิลป์ไทย–ละคร) ประจำปี พ.ศ. 2531

ที่มา: facebook ศิลปะ ศิลปิน
09

ครูไพฑูรย์ เข้มแข็ง

ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง
(นาฏศิลป์ไทย–โขนละคร)
ประจำปี พ.ศ. 2564

ที่มา: facebook ครูไพฑูรย์ เข้มแข็ง
CONTEMPORARY THAI DANCE MASTERS

บุคคลสำคัญทางด้าน
นาฏศิลป์ไทยในปัจจุบัน

01

ครูประเมษฐ์ บุณยะชัย

ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง
(นาฏศิลป์–โขน) ประจำ พ.ศ. 2563

ที่มา: YouTube กรมส่งเสริมวัฒนธรรม DCP
02

รองศาสตราจารย์ฉันทนา เอี่ยมสกุล

นาฏยศิลปิน
ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย

ที่มา: Facebook Cultural-Oriented Design Studio
03

ครูรัจนา พวงประยงค์

ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง
(นาฏศิลป์ไทย–ละคร) ประจำ พ.ศ. 2554

ที่มา: mixmagazine.in.th/00003469
การอนุรักษ์นาฏศิลป์ไทย
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1

การอนุรักษ์นาฏศิลป์ไทย

9 แนวทางสำคัญ
1

การศึกษาและเรียนรู้นาฏศิลป์ไทยอย่างต่อเนื่อง

2

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการอนุรักษ์

3

การส่งเสริมการแสดงนาฏศิลป์ในโรงเรียนและชุมชน

4

การสร้างสรรค์และพัฒนานาฏศิลป์ให้สอดคล้องกับสังคมปัจจุบัน

5

การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการอนุรักษ์นาฏศิลป์

6

การจัดเก็บองค์ความรู้

7

การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและชุมชน

8

การส่งเสริมให้นาฏศิลป์เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวัน

9

การเผยแพร่นาฏศิลป์ในประเทศและต่างประเทศ

แบบทดสอบประจำบทเรียน

ทดสอบความเข้าใจหลังเรียน

Scroll to Top