ผศ.ดร.พันธุ์ชนะ สุนทรพิพิธละครตะวันตก
Introduction to Western Theatre

ความหมาย ความสำคัญ
ความหมาย ความสำคัญ
และพัฒนาการของละครตะวันตก01:
Meaning, Importance,
and Historical Development

ความหมายของละคร
มีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ บทละคร
ผู้แสดง ผู้กํากับการแสดง เวที ฉาก
แสง เสียง และผู้ชม
การนำเสนอเหตุการณ์ผ่านตัวละครที่มี
การกระทำ การพูด และความสัมพันธ์
ระหว่างกันภายใต้โครงสร้างเรื่องราวที่
กำหนดขึ้น
มุ่งเน้นการพัฒนาตัวละคร การดำเนิน
เรื่อง และความขัดแย้ง (Conflict)

ความสำคัญของละครตะวันตก
ความสำคัญของละครตะวันตก
เป็นสื่อในการถ่ายทอด
เรื่องราวและแนวคิด สะท้อนสังคมและวัฒนธรรม พัฒนาทักษะการสื่อสาร

ความสำคัญของละครตะวันตก
ความสำคัญของละครตะวันตก
ส่งเสริมความคิด
สร้างสรรค์
สร้างความเข้าใจ
ในธรรมชาติของมนุษย์
เป็นรากฐานของ
ศิลปะการแสดงร่วมสมัย

พัฒนาการของละครตะวันตก
พัฒนาการของละครตะวันตก
1) ยุคกรีกโบราณ (Ancient Greek Theatre)
มีจุดกําเนิดจากพิธีกรรมบูชา “เทพไดโอนีซัส”
มีโครงเรื่อง ตัวละคร และบทสนทนาอย่างเป็นระบบ
เกิดรูปแบบการละครสำคัญ ได้แก่
1) ละครโศกนาฏกรรม (Tragedy) และ
2) ละครสุขนาฏกรรม (Comedy)

ไดโอนีซัส (Dionysus)
ไดโอนีซัส (Dionysus)
เทพเจ้าแห่งไวน์ การทำไวน์ การเก็บ
เกี่ยวองุ่น การเฉลิมฉลอง และการ
ละคร
เป็นบุตรของมหาเทพซุส กับ เซเมลี
(Semele) เจ้าหญิงแห่งเมืองธีบส์
เทศกาลบูชาไดโอนิซัสมักมีการเฉลิม
ฉลองอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการขับร้อง
เต้นรํา และการแสดง
Source: Wikimedia Commons; Photo by Marie-Lan Nguyen (2009).

พัฒนาการของละครตะวันตก
พัฒนาการของละครตะวันตก
2) ยุคโรมัน (Roman Theatre)
รับแนวคิดอิทธิพลจากละครกรีกและนํามาพัฒนาเป็นของตน
เน้นความบันเทิง ความยิ่งใหญ่ของการแสดง
การใช้เทคนิคเวทีที่ซับซ้อนมากขึ้น

Gladiators
Gladiators
นักสู้ในยุคโรมันโบราณ ในสังเวียนด้วยอาวุธ
หรือสู้กับสัตว์ร้าย เช่น โคลอสเซียม
(Colosseum) เพื่อแลกกับอิสรภาพ ชื่อเสียง
หรือเพื่อเอาชีวิตรอด
โดยส่วนใหญ่เป็นทาส เชลยศึก หรือ
อาชญากรที่ถูกตัดสินโทษ
การนองเลือดบนสังเวียนคือสิ่งที่ชาวโรมันชื่น
ชอบ จักรพรรดิและชนชั้นสูงใช้เป็นเครื่องมือ
ทางการเมือง เพื่อสร้างความบันเทิง และ
ดึงดูดความสนใจประชาชน
Jean-Léon Gérôme, Pollice Verso (1872). Wikimedia Commons.

พัฒนาการของละครตะวันตก
พัฒนาการของละครตะวันตก
3) ยุคกลาง (Medieval Theatre)
มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคริสต์ศาสนา
นำเสนอเรื่องราวจากคัมภีร์ศาสนาและหลักคำสอน
เป็นสื่อในการเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชน

ละครศาสนา
ละครศาสนา
ละครศาสนาในยุคกลาง (Medieval
Religious Drama) มีจุดประสงค์หลักเพื่อ
เผยแพร่คำสอน
จัดแสดงบนเกวียนเลือน (Pageant
Wagons) มีการสร้างเวทีเคลื่อนที่ได้ ตกแต่ง
เป็นฉากต่าง ๆ เคลื่อนที่ไปตามจุดต่าง ๆ ใน
เมืองเพื่อให้ประชาชนรับชม
แม้จะเรียบง่ายแต่มีการใช้รอกหรือกลไกสลิง
เพื่อหย่อนนักแสดงที่รับบทเทวดาลงมาจากที่
สูง และมีการใช้เอฟเฟกต์แสงหรือควันไฟ
Performance of the Chester Mystery Plays. Source: Wikimedia Commons.

พัฒนาการของละครตะวันตก
พัฒนาการของละครตะวันตก
4) ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา (Renaissance)
บทละครและเทคนิคการแสดงถูกพัฒนาให้ซับซ้อนยิ่งขึ้น
ละครกลายเป็นสื่อบันเทิง
นักการละครคนสำคัญได้แก่ วิลเลียม เชคสเปยร์

วิลเลียม เชคสเปยร์
วิลเลียม เชคสเปยร์
กวีและนักเขียนบทละครชาวอังกฤษ ได้รับการ
ยกย่องว่าเป็นนักเขียนคนสำคัญในวงการ
วรรณกรรมโลก
ผลงานบทละครหลงเหลืออยู่ 38 เรื่อง แบ่ง
ออกเป็น 3 แนวหลัก คือ โศกนาฏกรรม
(Tragedy) สุขนาฏกรรม (Comedy) และ
ประวัติศาสตร์ (History)
เป็นผู้ริเริ่มคิดค้นคําศัพท์และสํานวนภาษา
อังกฤษกว่าพันคํา แก่นเรื่องสะท้อนสัจธรรม
สัญชาตญาณ และความซับซ้อนของจิตใจ
มนุษย์
Portrait of William Shakespeare. Source: Wikimedia Commons.

พัฒนาการของละครตะวันตก
พัฒนาการของละครตะวันตก
5) ยุคละครสมัยใหม่ (Modern Theatre)
ละครสะท้อนชีวิตจริงและปัญหาของสังคม
มีแนวคิดใหม่ที่ขยายขอบเขตการละครให้กว้างขึ้น เช่น
1) ละครแนวเหมือนจริง (Realism)
2) ละครแนวธรรมชาตินิยม (Naturalism)
3) ละครสัญลักษณ์นิยม (Symbolism)

พัฒนาการของละครตะวันตก
พัฒนาการของละครตะวันตก
6) ละครตะวันตกในโลกปัจจุบัน
มีความหลากหลาย ทั้งด้านรูปแบบ เนื้อหา และการนำเสนอ
ผสมผสานกับดนตรี เทคโนโลยีดิจิทัล และศิลปะแขนงอื่น ๆ
การแสดงเกิดขึ้นได้ทั้งในโรงละคร พื้นที่สาธารณะ สื่อออนไลน์
หรือแพลตฟอร์มดิจิทัล
พัฒนาต่อเนื้องตามความเปลี่ยนแปลงของโลก

ละครตะวันตกเป็นศิลปะการแสดงที่มีจุดประสงค์ในการถ่ายทอดเรื่องราวของ
ละครตะวันตกเป็นศิลปะการแสดงที่มีจุดประสงค์ในการถ่ายทอดเรื่องราวของ
มนุษย์ ผ่านการสอดแทรกความคิด และอารมณ์ความรู้สึกแก่ผู้ชม
มีรากฐานสำคัญจากอารยธรรมกรีกโบราณและพัฒนาอย่างต่อเนื้องจนกลาย
เป็นหนึงในศาสตร์ทางศิลปะที่มีอิทธิพลในปัจจุบัน
มิได้มีคุณค่าเพียงด้านความบันเทิง แต่ยังเป็นสื่อที่ช่วยสะท้อนสังคม พัฒนา
ความคิดสร้างสรรค์ ส่งเสริมการสื่อสาร และสร้างความเข้าใจให้กับมนุษย์
สรุปองค์ความรู้

องค์ประกอบพื้นฐาน
องค์ประกอบพื้นฐาน
ของละครตะวันตก02:
Fundamental Elements
of Western Theatre

องค์ประกอบละคร
องค์ประกอบละคร
ศิลปะการแสดงที่เกิดจากการทำงานร่วมกันของ
องค์ประกอบหลายด้าน ซึงแต่ละองค์ประกอบล้วน
มีบทบาทสำคัญต่อการถ่ายทอดเรื่องราว แนวคิด
และอารมณ์ไปสู่ผู้ชม โดยมีองค์ประกอบสำคัญ
ได้แก่
บทละคร
ตัวละคร
ผู้แสดง
และผู้ชม
ภาพ: การแสดงจากเทศกาลปล่อยผี ภาควิชาศิลปะการแสดง มศว
ถ่ายภาพโดย จิร อังศุธรรมทัต

บทละคร (Script หรือ Play Script)
บทละคร (Script หรือ Play Script)
เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของการละคร
เป็นต้นแบบหรือโครงสร้างหลักที่กำหนดเรื่องราว
เหตุการณ์ ตัวละคร และบทสนทนาในการแสดง
กำหนดทิศทางของการแสดงผ่าน เนื้อเรื่อง ลําดับ
เหตุการณ์ การดำเนินเรื่อง บทสนทนา และการกระทำ
ของตัวละคร

องค์ประกอบสำคัญของบทละคร
องค์ประกอบสำคัญของบทละคร
1) โครงเรื่อง (Plot)
เป็นลําดับของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ในละคร ช่วยสร้างความต่อเนื้อง
และความน่าสนใจให้แก่การแสดง
2) บทสนทนา (Dialogue)
เป็นถ้อยคําที่ตัวละครใช้สื่อสาร
ช่วยถ่ายทอดข้อมูล ความคิด และ
อารมณ์ของตัวละครไปยังผู้ชม

องค์ประกอบสำคัญของบทละคร
องค์ประกอบสำคัญของบทละคร
3) แนวคิดหรือสาระสำคัญ
(Theme)
เป็นประเด็นหลักที่ผู้เขียนบท
ต้องการสื่อสาร เช่น ความรัก
ความเสียสละ หรือความยุติธรรม
4) คำบรรยายประกอบการแสดง
(Stage Directions)
เป็นคําอธิบายที่ช่วยกำหนด
ลักษณะการเคลื่อนไหว การจัดฉาก
หรือการใช้พื้นที่ในการแสดง

ตัวละคร (Character)
ตัวละคร (Character)
บุคคลที่ปรากฏอยู่ในเรื่องราวของละคร
ทำหน้าที่ดำเนินเหตุการณ์ต่าง ๆ ตามบทละคร
เป็นผู้ถ่ายทอดแนวคิด อารมณ์ และความขัดแย้งที่
เกิดขึ้นภายในเรื่อง
ทำหน้าที่ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจเนื้อหา ข้อคิดของละคร และ
เกิดความรู้สึกร่วมกับการแสดง

ประเภทของตัวละคร
ประเภทของตัวละคร
1) ตัวละครเอก (Protagonist)
เป็นตัวละครหลักของเรื่องที่มี
บทบาทสำคัญต่อการดำเนิน
เหตุการณ์ และมักเป็นผู้ที่ผู้ชม
ติดตามตลอดการแสดง
2) ตัวละครคู่ขัดแย้ง
(Antagonist)
เป็นตัวละครหรือปัจจัยที่สร้าง
อุปสรรคหรือความขัดแย้ง ให้แก่
ตัวละครเอก

ประเภทของตัวละคร
ประเภทของตัวละคร
3) ตัวละครสนับสนุน
(Supporting Character)
เป็นตัวละครที่ช่วยส่งเสริมการ
ดำเนินเรื่องและช่วยให้ผู้ชมเข้าใจ
เหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
4) ตัวละครประกอบ (Minor
Character)
เป็นตัวละครที่ปรากฏในบางช่วง
ของเรื่องเพื่อสนับสนุนบรรยากาศ
หรือเหตุการณ์เฉพาะส่วน

ตัวละครที่มี
ความน่าเชื่อถือ
และมีพัฒนาการที่ชัดเจน
จะช่วยให้ผู้ชมเชื่อในเรื่องเล่า
เกิดความเข้าใจ
และมีส่วนร่วมทางการแสดง
มากยิ่งขึ้น”

ผู้แสดง (Actor หรือ Actress)
ผู้แสดง (Actor หรือ Actress)
ทำหน้าที่ถ่ายทอดตัวละครจากบทละครให้มีชีวิตบนเวที
ผ่านการใช้เสียง การเคลื่อนไหว สีหน้า ท่าทาง และ
การแสดงอารมณ์
ทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างบทละครกับผู้ชม และทำให้
เรื่องราวสื่อสารข้อคิดไปยังผู้ชมได้

คุณสมบัติสำคัญของผู้แสดง
คุณสมบัติสำคัญของผู้แสดง
1) ความเข้าใจในตัวละคร
ผู้แสดงต้องศึกษาบุคลิก ความคิด
แรงจูงใจ และบทบาทของตัวละคร
อย่างละเอียด เพื่อให้สามารถ
ถ่ายทอดได้อย่างสมจริง
2) ทักษะการสื่อสาร
ฝึกฝนการใช้เสียง การออกเสียง
การใช้ภาษา การแสดง และการ
สื่อสารทางร่างกาย เป็นเครื่องมือ
สำคัญในการถ่ายทอดเรื่องราว

คุณสมบัติสำคัญของผู้แสดง
คุณสมบัติสำคัญของผู้แสดง
3) ความสามารถในการแสดง
อารมณ์
นักแสดงต้องสามารถถ่ายทอด
อารมณ์ และความรู้สึกต่าง ๆ
ผ่านการแสดงได้อย่างเหมาะสม
และน่าเชื่อถือ
4) ความมีวินัยและความรับผิดชอบ
การฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ การตรง
ต่อเวลา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น
ถือเป็นคุณลักษณะสำคัญของ
ผู้แสดงที่ดี

ผู้แสดงไม่ควรท่องจํา
เพียงบทสนทนา
แต่ต้องทำความเข้าใจตัว
ละครอย่างลึกซึง
เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
และทำให้ผู้ชมเชื่อ
ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเวที”
ภาพ: ผลงานศิลปะการแสดงนิพนธ์ ภาควิชาศิลปะการแสดง มศว
ถ่ายภาพโดย จิร อังศุธรรมทัต

ผู้ชม (Audience)
ผู้ชม (Audience)
การแสดงละครจะไม่สมบูรณ์หากปราศจากผู้ชม เพราะการ
สื่อสารทางการละครเกิดขึ้นได้จากความสัมพันธ์ระหว่างผู้
แสดงกับผู้ชม
ถือเป็นผู้รับสารและผู้มีส่วนร่วมในการสร้างความหมายให้
แก่การแสดง
ประสบการณ์ ความรู้ และมุมมองที่แตกต่างกันของผู้ชม
ส่งผลให้การตีความและความรู้สึกที่ได้รับจากการแสดง
แตกต่างกันออกไป ซึงถือเป็นเรื่องที่ดี

บทบาทของผู้ชม
บทบาทของผู้ชม
1) ผู้รับสาร
ผู้ชมรับรู้เรื่องราว แนวคิด และ
อารมณ์ที่ผู้สร้างสรรค์ต้องการนํา
เสนอผ่านการแสดง
2) ผู้ตีความ
ผู้ชมใช้ประสบการณ์และความรู้
ของตนเองในการทำความเข้าใจ
และตีความความหมายของการ
แสดง

บทบาทของผู้ชม
บทบาทของผู้ชม
3) ผู้สะท้อนคุณค่าของผลงาน
ความคิดเห็น ปฏิกิริยา และข้อเสนอ
แนะของผู้ชมสามารถนําไปใช้ในการ
ประเมินและพัฒนาคุณภาพของ
การแสดงได้
4) ผู้มีส่วนร่วมทางอารมณ์
ผู้ชมอาจเกิดความรู้สึกเห็นอก
เห็นใจ ตื่นเต้น สนุกสนาน หรือ
ประทับใจร่วมกับเหตุการณ์และตัว
ละครที่ปรากฏในการแสดง

ในปัจจุบัน ผู้ชมมิได้จำกัดอยู่
แต่ในโรงละครเท่านั้น
แต่ยังรวมถึงผู้ชมผ่านสื่อ
โทรทัศน์ ภาพยนตร์ และ
แพลตฟอร์มดิจิทัล
ซึงทำให้ละครเข้าถึงผู้คนได้
อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น”
ภาพ: การแสดงจากเทศกาลปล่อยผี ภาควิชาศิลปะการแสดง มศว
ถ่ายภาพโดย จิร อังศุธรรมทัต

สรุปองค์ความรู้
สรุปองค์ความรู้
องค์ประกอบพื้นฐานของละครประกอบด้วย บทละคร ตัวละคร ผู้แสดง และผู้ชม
ดำเนินเหตุการณ์และถ่ายทอดแนวคิด “ผู้แสดง” ทำหน้าที่สร้างชีวิตให้แก่ตัวละคร
องค์ประกอบของละครทำงานร่วมกันเพื่อสื่อสารที่สมบูรณ์ และสามารถถ่ายทอด
เรื่องราว ความคิด และคุณค่าต่าง ๆ ไปสู่ผู้ชมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ละครโศกนาฏกรรม03
ละครโศกนาฏกรรม03:
Tragedy in Western Theatre

ละครโศกนาฏกรรม
ละครโศกนาฏกรรม
เป็นรูปแบบการละครที่มีประวัติ
ความเป็นมายาวนาน
และถือเป็นรากฐานสำคัญ
ของการละครตะวันตก
ภาพ: ผลงานศิลปะการแสดงนิพนธ์ ภาควิชาศิลปะการแสดง มศว
ถ่ายภาพโดย จิร อังศุธรรมทัต

ละครโศกนาฏกรรม (Tragedy)
ละครโศกนาฏกรรม (Tragedy)
นำเสนอเรื่องราวของตัวละครที่เผชิญกับความขัดแย้ง ปัญหา หรือ
ชะตากรรมที่นําไปสู่ความสูญเสีย ความทุกข์ หรือจุดจบอันน่าเศร้า
มุ่งให้ผู้ชมเกิดความเห็นอกเห็นใจ ความสะเทือนใจ และการตระหนักรู้
เกี่ยวกับความจริงของชีวิต
ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื้องจนกลายเป็นรูปแบบการละครที่มี
อิทธิพลต่อวรรณกรรมและศิลปะการแสดงทัวโลก
ความหมาย

ลักษณะสำคัญ
ลักษณะสำคัญ
ละครโศกนาฏกรรม (Tragedy)
1) มีความขัดแย้งเป็นเกณฑ์สำคัญของเรื่อง
ตัวละครต้องเผชิญกับปัญหา อุปสรรค หรือ
สถานการณ์ที่กดดัน ซึงเป็นแรงผลักดันให้เกิดการ
ดำเนินเรื่อง

ลักษณะสำคัญ
ลักษณะสำคัญ
ละครโศกนาฏกรรม (Tragedy)
2) ตัวละครเอกมีข้อบกพร่องบางประการ
ตัวละครเอกมักมีความสามารถหรือมีสถานะสำคัญ
แต่บกพร่องในการตัดสินใจ หรือลงมือกระทำ
บางอย่าง ที่นําไปสู่ผลลัพธ์อันไม่พึงประสงค์

ลักษณะสำคัญ
ลักษณะสำคัญ
ละครโศกนาฏกรรม (Tragedy)
3) มีเหตุการณ์ที่นําไปสู่ความสูญเสีย
เรื่องราวมักดำเนินไปสู่จุดที่ตัวละครต้องเผชิญกับ
ความสูญเสีย ความล้มเหลว หรือผลกระทบจาก
การกระทำของตนเอง

ลักษณะสำคัญ
ลักษณะสำคัญ
ละครโศกนาฏกรรม (Tragedy)
4) กระตุ้นอารมณ์ของผู้ชม
ละครโศกนาฏกรรมมุ่งสร้างความรู้สึกเห็นใจ สงสาร
หรือสะเทือนใจ เพื่อให้ผู้ชมเกิดการ
ไตร่ตรองเกี่ยวกับชีวิตและธรรมชาติของมนุษย์
ภาพ: ผลงานศิลปะการแสดงนิพนธ์ ภาควิชาศิลปะการแสดง มศว
ถ่ายภาพโดย จิร อังศุธรรมทัต

ลักษณะสำคัญ
ลักษณะสำคัญ
ละครโศกนาฏกรรม (Tragedy)
5) สะท้อนความจริงของชีวิต
เนื้อหามักเกี่ยวข้องกับประเด็นสำคัญ เช่น อํานาจ
ความรัก ความทะเยอทะยาน ความรับผิดชอบ ความ
ยุติธรรม หรือผลของการตัดสินใจ

โครงสร้างของละครโศกนาฏกรรม
โครงสร้างของละครโศกนาฏกรรม
1) การแนะนําเรื่อง (Exposition)
เป็นช่วงเริ่มเรื่อง เพื่อแนะนําตัว
ละคร สถานที่ เหตุการณ์เบื้องต้น
และข้อมูลสำคัญที่ผู้ชมควรทราบ
2) การเกิดความขัดแย้ง (Rising
Action)
เป็นช่วงที่ปัญหาเริ่มปรากฏอย่าง
ซับซ้อนมากขึ้น ตัวละครต้อง
เผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลําบาก

โครงสร้างของละครโศกนาฏกรรม
โครงสร้างของละครโศกนาฏกรรม
3) จุดวิกฤตหรือจุดสูงสุดของ
เรื่อง (Climax)
เป็นช่วงที่ความขัดแย้งดำเนินมาถึง
จุดสำคัญ และตัวละครต้องเผชิญ
กับการตัดสินใจ
4) การคลี่คลายเหตุการณ์
(Falling Action)
เป็นช่วงที่ผลกระทบจากเหตุการณ์
สำคัญปรากฏ และเรื่องราวมุ่งไปสู่
บทสรุป

โครงสร้างของละครโศกนาฏกรรม
โครงสร้างของละครโศกนาฏกรรม
5) บทสรุปของเรื่อง (Resolution)
ช่วงสุดท้ายของเรื่องที่เป็นดังผลลัพธ์ของเหตุการณ์ทั้งหมด ซึงในละคร
โศกนาฏกรรมมักจบลงด้วยความสูญเสีย ความพ่ายแพ้ หรือการตระหนักรู้
ในความจริงบางประการของตัวละคร

โครงสร้างของ
ละครโศกนาฏกรรม
มีหน้าที่ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจ
ความสัมพันธ์ของ
เหตุการณ์ต่าง ๆ และ
ติดตามพัฒนาการ
ของตัวละคร
ได้อย่างต่อเนื้อง

คุณค่าของละครโศกนาฏกรรม
คุณค่าของละครโศกนาฏกรรม
1) ช่วยให้เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์
ผู้ชมสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับความคิด อารมณ์ ความปรารถนา และข้อจำกัดของมนุษย์ผ่าน
การกระทำและประสบการณ์ของตัวละคร
2) ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์
เรื่องราวในละครโศกนาฏกรรมมักมีประเด็นที่ซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ ผู้ชมจึงได้
ฝึกการคิด วิเคราะห์ และพิจารณาผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำต่าง ๆ
3) สร้างความตระหนักรู้ทางจริยธรรม
ละครช่วยให้ผู้ชมเห็นผลของความทะเยอทะยาน ความประมาท ความเห็นแก่ตัว
หรือการตัดสินใจที่ขาดความรอบคอบ นําไปสู่การเรียนรู้ด้านคุณธรรมและจริยธรรม

คุณค่าของละครโศกนาฏกรรม
คุณค่าของละครโศกนาฏกรรม
4) พัฒนาความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
การติดตามเรื่องราวของตัวละครทำให้ผู้ชมเข้าใจความรู้สึกและประสบการณ์ของผู้อื่นมากขึ้น
เกิดความเห็นใจและเข้าใจความแตกต่างของมนุษย์
5) ส่งเสริมการเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่น
แม้ผู้ชมจะไม่ได้เผชิญเหตุการณ์เดียวกับตัวละคร แต่สามารถนําบทเรียนที่ได้รับไปประยุกต์ใช้
ในการดำเนินชีวิตของตนเองได้
6) เห็นคุณค่าของความรับผิดชอบและการตัดสินใจ
ละครโศกนาฏกรรมแสดงให้เห็นว่าการตัดสินใจแต่ละครั้ง อาจส่งผลต่อชีวิตของตนเอง
และผู้อื่น จึงช่วยปลูกฝงความรับผิดชอบต่อการกระทำของตน

สรุปองค์ความรู้
สรุปองค์ความรู้
ละครโศกนาฏกรรมเป็นรูปแบบการละครที่นำเสนอเรื่องราวของมนุษย์ที่ต้องเผชิญกับ
ความขัดแย้ง ความสูญเสีย หรือชะตากรรมที่นําไปสู่จุดจบอันน่าเศร้า
มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้ชมเกิดความเข้าใจและตระหนักรู้เกี่ยวกับชีวิต
มีโครงสร้างการดำเนินเรื่องที่ชัดเจน เริ่มจากการแนะนําเรื่อง การพัฒนาความขัดแย้ง
จุดสูงสุดของเรื่อง และบทสรุปที่สะท้อนผลของเหตุการณ์ต่าง ๆ
นอกจากคุณค่าทางศิลปะแล้ว ละครโศกนาฏกรรมยังช่วยพัฒนาความคิดวิเคราะห์
ความเข้าใจในธรรมชาติของมนุษย์ และการเรียนรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม ซึง
สามารถนําไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้

ละครสุขนาฏกรรม04
ละครสุขนาฏกรรม04:
Comedy in Western Theatre

ละครสุขนาฏกรรม
ละครที่มุ่งสร้างความ
สนุกสนาน ความเพลิดเพลิน
และเสียงหัวเราะให้แก่ผู้ชม
โดยนำเสนอเรื่องราวที่
เกี่ยวข้องกับชีวิตของมนุษย์
ผ่านสถานการณ์ ตัวละคร
หรือเหตุการณ์ที่มีลักษณะ
ขบขัน และมักจบลงด้วย
ผลลัพธ์ที่เป็นไปในทางที่ดี

ละครสุขนาฏกรรม (Comedy)
ละครสุขนาฏกรรม (Comedy)
มุ่งสร้างความสนุกสนาน ความเพลิดเพลิน และเสียงหัวเราะให้แก่ผู้ชม
เป็นเครื่องมือสำคัญในการสะท้อนสังคม วิพากษ์พฤติกรรมของมนุษย์
และนำเสนอแนวคิดต่าง ๆ ผ่านอารมณ์ขันและสถานการณ์ที่น่าสนใจ
ผู้ชมได้รับทั้งความสนุกและข้อคิดควบคู่กัน
ความหมาย

1) เน้นเรื่องราวที่มีความสนุกสนาน
1) เน้นเรื่องราวที่มีความสนุกสนาน
และอารมณ์ขัน
เรื่องราวมักเต็มไปด้วยเหตุการณ์ที่
สร้างความขบขัน ความเข้าใจผิด หรือ
สถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ซึงช่วยให้ผู้
ชมเกิดความเพลิดเพลิน
2) ตัวละครมีลักษณะเด่นชัด
ตัวละครในละครสุขนาฏกรรมมักมี
บุคลิกที่โดดเด่นหรือมีข้อบกพร่อง
บางประการที่ก่อให้เกิดสถานการณ์
ขบขัน
ความหมายและลักษณะสำคัญของละครสุขนาฏกรรม

3) ความขัดแย้งไม่รุนแรง
3) ความขัดแย้งไม่รุนแรง
แม้จะมีปัญหาหรืออุปสรรคเกิดขึ้นใน
เรื่อง แต่โดยทัวไปความขัดแย้งจะไม่
รุนแรงเท่าละครโศกนาฏกรรม และ
สามารถคลี่คลายได้ในที่สุด
4) จบลงด้วยความสําเร็จหรือ
ความสุข
ตอนจบมักนําไปสู่การแก้ปัญหา
การคืนดีกัน หรือผลลัพธ์ที่สร้าง
ความพึงพอใจแก่ตัวละครและผู้ชม
ความหมายและลักษณะสำคัญของละครสุขนาฏกรรม

5) สะท้อนพฤติกรรมของมนุษย์และสังคม
5) สะท้อนพฤติกรรมของมนุษย์และสังคม
แม้จะใช้ความตลกเป็นเครื่องมือหลักในการเล่าเรื่อง แต่ละครสุขนาฏกรรม
มักแฝงข้อคิดหรือการวิพากษ์สังคมไว้อย่างแยบยล
ความหมายและลักษณะสำคัญของละครสุขนาฏกรรม

รูปแบบของละครสุขนาฏกรรม
รูปแบบของละครสุขนาฏกรรม
1) สุขนาฏกรรมเชิงสถานการณ์
(Situational Comedy)
เป็นละครที่สร้างความขบขันจากเหตุการณ์ ความเข้าใจ
ผิด หรือสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ซึงตัวละครต้องแก้ไข
ปัญหาที่เกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น การสลับตัวตน การเข้าใจ
ผิดระหว่างตัวละคร หรือเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความ
วุ่นวาย

รูปแบบของละครสุขนาฏกรรม
รูปแบบของละครสุขนาฏกรรม
2) สุขนาฏกรรมเชิงบุคลิกภาพ
(Character Comedy)
เป็นละครที่เน้นความขบขันจากบุคลิก ลักษณะนิสัย หรือ
พฤติกรรมเฉพาะของตัวละคร เช่น ความหลงตัวเอง
ความประหยัดเกินเหตุ หรือความซือจนเกินไป ผู้ชมมัก
หัวเราะจากปฏิกิริยาและการกระทำของตัวละครมากกว่า
จากเหตุการณ์ภายนอก
ภาพ: ผลงานศิลปะการแสดงนิพนธ์ ภาควิชาศิลปะการแสดง มศว
ถ่ายภาพโดย จิร อังศุธรรมทัต

รูปแบบของละครสุขนาฏกรรม
รูปแบบของละครสุขนาฏกรรม
3) สุขนาฏกรรมเสียดสีสังคม
(Satirical Comedy)
เป็นละครที่ใช้อารมณ์ขันในการวิพากษ์สังคม การเมือง
วัฒนธรรม หรือพฤติกรรมของมนุษย์ โดยนำเสนอ
ประเด็นจริงผ่านการพูดเกินจริง การเปรียบเทียบ หรือ
การประชดประชัน ซึงจะช่วยกระตุ้นผู้ชมให้ตระหนักถึง
ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมผ่านมุมมองที่สร้างสรรค์

รูปแบบของละครสุขนาฏกรรม
รูปแบบของละครสุขนาฏกรรม
4) สุขนาฏกรรมโรแมนติก
(Romantic Comedy)
เป็นละครที่เล่าเรื่องความรักของตัวละคร โดยมักมี
อุปสรรคหรือความเข้าใจผิดเกิดขึ้น ก่อนจะคลี่คลายไปสู่
บทสรุปที่มีความสุข รูปแบบนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก
ทั้งในละครเวที ภาพยนตร์ และสื่อร่วมสมัย
ภาพ: ผลงานศิลปะการแสดงนิพนธ์ ภาควิชาศิลปะการแสดง มศว
ถ่ายภาพโดย จิร อังศุธรรมทัต

รูปแบบของละครสุขนาฏกรรม
รูปแบบของละครสุขนาฏกรรม
5) สุขนาฏกรรมเชิงกายภาพ
(Physical Comedy)
เป็นละครที่สร้างความขบขันผ่านการเคลื่อนไหว ท่าทาง
หรือเหตุการณ์ทางกายภาพ เช่น การหกล้ม การ
เคลื่อนไหวที่เกินจริง หรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่าง
รวดเร็ว การแสดงลักษณะนี้มักอาศัยทักษะการแสดง
ทางร่างกายและจังหวะที่แม่นยําของผู้แสดง

คุณค่าของละครสุขนาฏกรรม
คุณค่าของละครสุขนาฏกรรม
1) สร้างความเพลิดเพลินและผ่อนคลาย
เสียงหัวเราะและความสนุกสนานช่วยลดความตึงเครียด ทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกผ่อน
คลายและมีความสุข
2) ส่งเสริมการมองโลกในแง่บวก
ละครสุขนาฏกรรมมักนำเสนอการแก้ปัญหาและการเอาชนะอุปสรรคด้วยมุมมองที่
สร้างสรรค์ ช่วยส่งเสริมทัศนคติที่ดีต่อการดำเนินชีวิต
3) กระตุ้นการคิดวิเคราะห์
ละครหลายเรื่องแฝงข้อคิดเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์ ความสัมพันธ์ และปัญหา
ทางสังคม ทำให้ผู้ชมได้พิจารณาและเรียนรู้จากเรื่องราวที่ได้รับชม

คุณค่าของละครโศกนาฏกรรม
คุณค่าของละครโศกนาฏกรรม
4) สะท้อนและวิพากษ์สังคม
อารมณ์ขันสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการสะท้อนปัญหาและกระตุ้นให้ผู้คนตระหนักถึง
สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5) ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน
การรับชมและแบ่งปนประสบการณ์แห่งความสุขร่วมกันช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดี
ระหว่างสมาชิกในครอบครัว เพื่อน และชุมชน
6) พัฒนาความเข้าใจในธรรมชาติของมนุษย์
ละครสุขนาฏกรรมช่วยให้ผู้ชมมองเห็นข้อบกพร่อง ความไม่สมบูรณ์ และพฤติกรรม
ต่าง ๆ ของมนุษย์ในมุมมองที่เปิดกว้างและเข้าใจมากขึ้น

สรุปองค์ความรู้
สรุปองค์ความรู้
ละครสุขนาฏกรรมเป็นรูปแบบการละครที่มุ่งสร้างความสนุกสนานและความเพลิดเพลินให้แก่ผู้ชม
ผ่านสถานการณ์ ตัวละคร และเหตุการณ์ที่มีลักษณะขบขัน โดยมักจบลงด้วยผลลัพธ์ที่เป็นไปใน
ทางที่ดี
ละครประเภทนี้มีหลากหลายรูปแบบ เช่น สุขนาฏกรรมเชิงสถานการณ์ สุขนาฏกรรมเชิง
บุคลิกภาพ สุขนาฏกรรมเสียดสีสังคม และสุขนาฏกรรมโรแมนติก
นอกจากจะสร้างเสียงหัวเราะแล้ว ยังช่วยสะท้อนสังคม ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ และพัฒนา
ความเข้าใจในธรรมชาติของมนุษย์
ละครสุขนาฏกรรมเป็นศิลปะการแสดงที่มีคุณค่าทั้งในด้านความบันเทิงและการเรียนรู้ควบคู่กัน

ละครแนวเหมือนจริง05
ละครแนวเหมือนจริง05:
Realism in Western Theatre

ละครแนวเหมือนจริง
การเปลี่ยนแปลงทางสังคมในช่วงคริสต์
ศตวรรษที่ 19 ทำให้ศิลป์นและนักเขียนบท
ละครจํานวนมากตั้งคำถามต่อรูปแบบการ
ละครแบบดังเดิมที่ห่างไกลจากชีวิตจริง
มนุษย์ตามสภาพความเป็นจริง ทั้งด้านความ
สัมพันธ์ ปัญหาครอบครัว สังคม เศรษฐกิจ
เป็นรากฐานสำคัญของการแสดงสมัยใหม่
รวมถึงละครโทรทัศน์และภาพยนตร์ใน
ปัจจุบัน

ละครแนวเหมือนจริง” (Realism)
มุ่งนำเสนอเรื่องราว บุคคล และเหตุการณ์ให้ใกล้เคียงกับชีวิตจริงมากที่สุด
เน้นการสะท้อนสภาพสังคม ความคิด และพฤติกรรมของมนุษย์ตามความ
เป็นจริง มากกว่าการสร้างเรื่องราวที่เกินจริงหรืออิงจินตนาการ
ให้ความสำคัญกับ “คนธรรมดา” และเรื่องราวที่สามารถเกิดขึ้นได้จริงใน
ชีวิตประจําวัน เพื่อที่ผู้ชมสามารถเชื่อมโยงประสบการณ์ของตนเองกับเรื่อง
ราวในละครและเกิดความเข้าใจในประเด็นที่นำเสนอได้
แนวคิดและความหมาย

ละครแนวเหมือนจริง” (Realism)
เน้นการให้ความสำคัญกับประเด็นต่าง ๆ เช่น
1) ความสัมพันธ์ภายในครอบครัว
2) ปัญหาทางสังคม
3) ความแตกต่างทางชนชั้น
4) บทบาทของบุคคลในสังคม
5) ความขัดแย้งในชีวิตประจําวัน
6) การตัดสินใจและผลที่ตามมา
แนวคิดและความหมาย

ลักษณะการนำเสนอ
ลักษณะการนำเสนอ
1) เนื้อหาใกล้เคียงชีวิตจริง
เรื่องราวมักเกี่ยวข้องกับชีวิตประจํา
วัน ปัญหาครอบครัว การศึกษา การ
ทำงาน ความรัก หรือประเด็นทาง
สังคมที่ผู้คนสามารถพบเห็นได้ในชีวิต
จริง
2) ตัวละครมีความสมจริง
ตัวละครมีบุคลิก ความคิด และ
พฤติกรรมที่ใกล้เคียงกับมนุษย์
ทัวไป ไม่มีลักษณะเป็นวีรบุรุษหรือ
ผู้ร้ายอย่างสุดขัว แต่มีทั้งจุดเด่น
และข้อบกพร่องเช่นเดียวกับคนจริง

ลักษณะการนำเสนอ
ลักษณะการนำเสนอ
3) การแสดงเป็นธรรมชาติ
ผู้แสดงมุ่งถ่ายทอดอารมณ์และ
พฤติกรรมอย่างสมจริง โดยใช้การ
พูด การเคลื่อนไหว และการ
แสดงออกที่ใกล้เคียงกับชีวิตประจํา
วัน
4) ฉากและอุปกรณ์มีความสมจริง
การออกแบบฉาก เครื่องแต่งกาย
และอุปกรณ์ต่าง ๆ มักสะท้อนสภาพ
แวดล้อมที่สอดคล้องกับเรื่องราว
เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่การ
แสดง

ลักษณะการนำเสนอ
ลักษณะการนำเสนอ
5) บทสนทนาเป็นภาษาที่ใช้จริง
ตัวละครใช้ภาษาพูดที่เป็นธรรมชาติ
และสอดคล้องกับสถานะ อายุ อาชีพ
และบริบททางสังคมของตน
6) มุ่งสะท้อนปัญหาของสังคม
ละครแนวเหมือนจริงมักนำเสนอ
ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชีวิตจริง เพื่อ
กระตุ้นให้ผู้ชมตระหนักและพิจารณา
สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม

การนำเสนอละครลักษณะดังกล่าวนี้
จะมีส่วนช่วยให้ผู้ชมรู้สึกว่ากําลังเผชิญ
กับเหตุการณ์จริงและเกิดความผูกพัน
กับตัวละครและเรื่องราวมากยิ่งขึ้น”
ลักษณะการนำเสนอ

ความสัมพันธ์กับชีวิตประจําวัน
ความสัมพันธ์กับชีวิตประจําวัน
1) สะท้อนประสบการณ์ของมนุษย์
เรื่องราวในละครมักเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่ผู้ชม
เคยพบเจอหรือสามารถเข้าใจได้จากประสบการณ์
ของตนเอง

ความสัมพันธ์กับชีวิตประจําวัน
ความสัมพันธ์กับชีวิตประจําวัน
2) ช่วยให้เข้าใจผู้อื่นมากขึ้น
การติดตามเรื่องราวของตัวละครช่วยให้ผู้ชมเข้าใจ
มุมมอง ความรู้สึก และปัญหาของบุคคลที่มีภูมิหลัง
แตกต่างจากตนเอง

ความสัมพันธ์กับชีวิตประจําวัน
ความสัมพันธ์กับชีวิตประจําวัน
3) กระตุ้นการคิดวิเคราะห์
ละครแนวเหมือนจริงมักนำเสนอปัญหาที่ไม่มีคําตอบ
ตายตัว ทำให้ผู้ชมต้องพิจารณาเหตุผลและผลกระทบ
ของการกระทำต่าง ๆ อย่างรอบด้าน

ความสัมพันธ์กับชีวิตประจําวัน
ความสัมพันธ์กับชีวิตประจําวัน
4) ส่งเสริมการเรียนรู้ทางสังคม
ผู้ชมสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับบทบาท หน้าที่ และความ
รับผิดชอบของบุคคลในสังคมผ่านเหตุการณ์ที่
ปรากฏในละคร

ความสัมพันธ์กับชีวิตประจําวัน
ความสัมพันธ์กับชีวิตประจําวัน
5) เป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเอง
เรื่องราวของตัวละครอาจช่วยให้ผู้ชมมองเห็น
แนวทางในการแก้ไขปัญหา การตัดสินใจ หรือการ
ดำเนินชีวิตของตนเองได้ดีขึ้น

ละครแนวเหมือนจริง
ไม่ได้เป็นเพียงการแสดง
เพื่อความบันเทิงเท่านั้น
แต่ยังเป็นสื่อการเรียนรู้
ที่ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจตนเอง
เข้าใจผู้อื่น และสังคม
ได้อย่างลึกซึง”
ภาพ: ผลงานศิลปะการแสดงนิพนธ์ ภาควิชาศิลปะการแสดง มศว
ถ่ายภาพโดย จิร อังศุธรรมทัต

สรุปองค์ความรู้
สรุปองค์ความรู้
ละครแนวเหมือนจริงเป็นรูปแบบการละครที่มุ่งสะท้อนชีวิตของมนุษย์ตามสภาพ
ความเป็นจริง
เน้นเรื่องราว ตัวละคร และสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับชีวิตประจําวัน ผ่านการนํา
เสนอเนื้อหาที่สมจริง ตัวละครที่มีความเป็นมนุษย์ การแสดงที่เป็นธรรมชาติ และ
การสะท้อนปัญหาทางสังคมอย่างตรงไปตรงมา
ทำให้ผู้ชมสามารถเชื่อมโยงประสบการณ์ของตนเองกับเรื่องราวที่ได้รับชม เกิด
การคิดวิเคราะห์ เรียนรู้ และเข้าใจมนุษย์และสังคมได้อย่างลึกซึงมากยิ่งขึ้น

ละครแนวไม่เหมือนจริง06
ละครแนวไม่เหมือนจริง06:
Non-Realism in Western Theatre

ละครแนวไม่เหมือนจริง
ศิลป์นและนักการละครมองว่าความเป็นจริงเพียง
อย่างเดียวไม่สามารถอธิบายความคิด ความรู้สึก
จินตนาการ หรือประสบการณ์บางด้านของมนุษย์
ได้อย่างสมบูรณ์
เป็นแนวทางการนำเสนอรูปแบบใหม่ที่ก้าวข้ามข้อ
จำกัดของความสมจริง แต่ใช้สัญลักษณ์
จินตนาการ การเปรียบเทียบ เพื่อสื่อสารความ
หมาย แนวคิด หรือประเด็นที่ต้องการนำเสนอ
เป็นพื้นที่แห่งการทดลองทางศิลปะ เปิดโอกาสให้
เกิดการสร้างสรรค์รูปแบบการแสดงที่แปลกใหม่
และช่วยขยายขอบเขตของการละครให้กว้างขึ้น

ละครแนวไม่เหมือนจริง (Non-Realism)
ละครแนวไม่เหมือนจริง (Non-Realism)
ไม่มุ่งนำเสนอเหตุการณ์ บุคคล หรือสถานที่ให้เหมือนกับชีวิตจริงโดยตรง
ใช้วิธีการทางศิลปะเพื่อสร้างความหมายในลักษณะเชิงสัญลักษณ์ เชิง
นามธรรม หรือเชิงจินตนาการ
เชื่อว่าศิลปะการละครไม่จำเป็นต้องจําลองโลกแห่งความจริงเสมอไป แต่
สามารถสร้างโลกใหม่หรือมุมมองใหม่เพื่อสะท้อนความคิด ความรู้สึก และ
ประเด็นต่าง ๆ ได้
แนวคิดและความหมาย

ละครแนวไม่เหมือนจริง (Non-Realism)
ละครแนวไม่เหมือนจริง (Non-Realism)
เน้นการให้ความสำคัญกับ
1) จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
2) ความหมายเชิงสัญลักษณ์
3) การตีความของผู้ชม
4) การนำเสนอแนวคิดเชิงนามธรรม
5) การทดลองรูปแบบทางศิลปะ
แนวคิดและความหมาย

ลักษณะการนำเสนอ
ลักษณะการนำเสนอ
1) การใช้สัญลักษณ์
วัตถุ สี เครื่องแต่งกาย หรือการ
เคลื่อนไหว อาจถูกใช้เป็นสัญลักษณ์
แทนความคิด อารมณ์ หรือแนวคิดบาง
ประการ มากกว่าการแสดงความหมาย
ตามลักษณะจริงของสิ่งนั้น
2) การใช้จินตนาการและความเหนือจริง
เหตุการณ์ในเรื่องอาจไม่เป็นไปตามกฎ
ของโลกความจริง เช่น การเดินทางข้าม
เวลา การสนทนากับสิ่งไม่มีชีวิต หรือ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในความฝัน

ลักษณะการนำเสนอ
ลักษณะการนำเสนอ
3) การลดทอนความสมจริงของฉาก
ฉากอาจมีลักษณะเรียบง่าย ใช้เพียง
สัญลักษณ์บางอย่างแทนสถานที่จริง
หรืออาจไม่มีฉากประกอบเลยก็ได้
4) การนำเสนอเรื่องราวแบบไม่เป็นเส้น
ตรง
เรื่องราวอาจไม่ได้ดำเนินตามลําดับเวลา
แบบปกติ แต่สลับไปมาระหว่างอดีต
ปัจจุบัน และอนาคต หรือเชื่อมโยง
เหตุการณ์ผ่านความคิดและความทรงจํา
ของตัวละคร

ลักษณะการนำเสนอ
ลักษณะการนำเสนอ
5) การผสมผสานศิลปะแขนงต่าง ๆ
ละครแนวไม่เหมือนจริงมักผสมผสาน
ดนตรี การเคลื่อนไหว ทัศนศิลป์
สื่อดิจิทัล หรือเทคนิคพิเศษอื่น ๆ เพื่อ
สร้างประสบการณ์การรับชมที่แตกต่าง
6) การเปิดโอกาสให้ผู้ชมตีความ
ผู้สร้างสรรค์อาจไม่กำหนดคําตอบที่
ชัดเจนให้แก่ผู้ชม แต่เปิดโอกาสให้แต่ละ
คนตีความความหมายของการแสดง
ตามประสบการณ์และมุมมองของ
ตนเอง

ตัวอย่างการนำเสนอ
ตัวอย่างการนำเสนอ
1) ละครสัญลักษณ์นิยม (Symbolist Theatre)
เป็นการละครที่ใช้สัญลักษณ์ ภาพ และบรรยากาศ
ในการสื่อความหมายมากกว่าการเล่าเรื่องตาม
เหตุการณ์จริง ผู้ชมต้องอาศัยการตีความเพื่อทำความ
เข้าใจสาระสำคัญของเรื่อง

ตัวอย่างการนำเสนอ
ตัวอย่างการนำเสนอ
2) ละครเหนือจริง (Surrealist Theatre)
เป็นการละครที่ได้รับอิทธิพลจากแนวคิดเกี่ยวกับ
ความฝัน จิตใต้สํานึก และจินตนาการ โดยนำเสนอ
เหตุการณ์ที่ไม่เป็นไปตามเหตุผลหรือกฎเกณฑ์ของ
โลกความจริง
ภาพ: การแสดงจากเทศกาลปล่อยผี ภาควิชาศิลปะการแสดง มศว
ถ่ายภาพโดย จิร อังศุธรรมทัต

ตัวอย่างการนำเสนอ
ตัวอย่างการนำเสนอ
3) ละครแนวมหากาพย์ (Epic Theatre)
เป็นรูปแบบการละครที่มุ่งกระตุ้นให้ผู้ชมคิดวิเคราะห์
และตั้งคำถามต่อประเด็นทางสังคม มากกว่าการมี
ส่วนร่วมทางอารมณ์กับตัวละครเพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างการนำเสนอ
ตัวอย่างการนำเสนอ
4) ละครแนวอภินิหารหรือจินตนาการ
(Fantasy Theatre)
เป็นการละครที่สร้างโลกสมมติ ตัวละครเหนือธรรมชาติ
หรือเหตุการณ์ที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริง
เพื่อสะท้อนแนวคิดหรือคุณค่าบางประการ

ตัวอย่างการนำเสนอ
ตัวอย่างการนำเสนอ
5) ละครร่วมสมัยเชิงทดลอง
(Experimental Theatre)
เป็นการแสดงที่เปิดโอกาสให้ผู้สร้างสรรค์ทดลอง
วิธีการนำเสนอรูปแบบใหม่ ๆ ทั้งด้านการใช้พื้นที่
การเคลื่อนไหว เทคโนโลยี และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชม

ในปัจจุบัน
ในปัจจุบัน
แนวคิดของละคร
แนวไม่เหมือนจริง
ถือว่ามีอิทธิพลต่อการ
สร้างสรรค์ละครเวที
ภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์
และ
ศิลปะการแสดงร่วมสมัยทัวโลก

สรุปองค์ความรู้
สรุปองค์ความรู้
ไม่มุ่งจําลองชีวิตตามความเป็นจริงโดยตรง
ใช้จินตนาการ สัญลักษณ์ และวิธีการนำเสนอที่หลากหลายเพื่อสื่อสารแนวคิด
และความหมายเชิงลึก อาทิ ละครสัญลักษณ์นิยม ละครเหนือจริง ละครแนวมหา
กาพย์ และละครร่วมสมัยเชิงทดลอง
ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจความหลากหลายของศิลปะการละคร และตระหนักว่าการ
สื่อสารทางศิลปะสามารถเกิดขึ้นได้ในรูปแบบที่กว้างไกลกว่าการเลียนแบบโลก
แห่งความเป็นจริงเพียงอย่างเดียว

การสร้างสรรค์ละครสั้น07
การสร้างสรรค์ละครสั้น07:
Creating a Short Play

การสร้างสรรค์ละครสั้น
เป็นรูปแบบการแสดงที่มีขนาดกะทัดรัด ใช้
เวลาไม่มาก และสามารถประยุกต์ให้เหมาะ
สมกับวัตถุประสงค์ทางการเรียนรู้ได้หลาก
หลาย
เปิดโอกาสให้ได้นําความรู้ ความคิด
สร้างสรรค์ และประสบการณ์ต่าง ๆ มา
พัฒนาเป็นผลงานการแสดงระยะเวลา
จำกัด
มิได้มุ่งเน้นเพียงผลลัพธ์ของการแสดง
แต่ยังให้ความสำคัญกับกระบวนการเรียนรู้
ภาพ: ผลงานศิลปะการแสดงนิพนธ์ ภาควิชาศิลปะการแสดง มศว
ถ่ายภาพโดย จิร อังศุธรรมทัต

การกำหนดแนวคิด
การกำหนดแนวคิด
แนวคิดของละครสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายแหล่ง เช่น
5) เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์
6) ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม
7) คุณธรรมและจริยธรรม
8) วัฒนธรรมและประเพณี
1) เหตุการณ์ในชีวิตประจําวัน
2) ปัญหาทางสังคม
3) ประสบการณ์ส่วนตัว
4) วรรณกรรมและนิทาน

การกำหนดแนวคิด
การกำหนดแนวคิด
ให้ชัดเจนเพื่อให้การดำเนินเรื่องมีทิศทางและไม่เกิดความสับสน”
1) ความชัดเจนของสาระสำคัญ
ผู้สร้างสรรค์ควรสามารถอธิบายได้ว่า
ละครต้องการสื่อเรื่องใด หรือผู้ชมควรได้
รับข้อคิดใดจากการแสดง
2) ความเหมาะสมกับผู้ชม
เนื้อหาและรูปแบบการนำเสนอควร
สอดคล้องกับวัย ความสนใจ และ
ประสบการณ์ของผู้ชม

การกำหนดแนวคิด
การกำหนดแนวคิด
ให้ชัดเจนเพื่อให้การดำเนินเรื่องมีทิศทางและไม่เกิดความสับสน”
3) ความเป็นไปได้ในการสร้างสรรค์
แนวคิดควรอยู่ในขอบเขตที่สามารถนํามา
พัฒนาเป็นการแสดงได้จริง ภายใต้
ทรัพยากร เวลา และความสามารถของผู้
แสดง
4) ความน่าสนใจ
แนวคิดที่ดีควรสามารถดึงดูดความ
สนใจของผู้ชม และกระตุ้นให้เกิดการ
ติดตามเรื่องราวจนจบการแสดง

การสร้างตัวละคร
การสร้างตัวละคร
และเป็นผู้ถ่ายทอดแนวคิดของละครไปสู่ผู้ชม
ผู้สร้างสรรค์ควรกำหนดลักษณะของตัวละครให้ชัดเจน
ทั้งด้านบุคลิกภาพ ความคิด ความต้องการ
และบทบาทหน้าที่ในเรื่อง”

การสร้างตัวละคร
การสร้างตัวละคร
1) ชื่อและอายุ
2) บุคลิกภาพ
3) อาชีพหรือสถานะ
4) เป้าหมายหรือความต้องการ
5) ความสัมพันธ์กับตัวละครอื่น
6) จุดเด่นและข้อจำกัดของตัวละคร
ข้อมูลที่ควรพิจารณาในการสร้างตัวละคร ได้แก่

การสร้างตัวละคร
การสร้างตัวละคร
จะช่วยให้ผู้ชมเข้าใจเรื่องราว
และเกิดความรู้สึกร่วมกับการแสดง
ได้ง่ายขึ้น”

การสร้างเหตุการณ์
การสร้างเหตุการณ์
เหตุการณ์เป็นสิ่งที่ทำให้เรื่องราวดำเนินไปข้างหน้า โดยทัวไปควรประกอบด้วย
1) จุดเริ่มต้นของเรื่อง
เป็นการแนะนําตัวละคร สถานการณ์ และ
ข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นต่อการทำความ
เข้าใจเรื่องราว
2) ความขัดแย้งหรือปัญหา
เป็นเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้เรื่องเกิด
ความน่าสนใจ และเป็นแรงผลักดันให้ตัว
ละครต้องตัดสินใจหรือดำเนินการบาง
อย่าง

การสร้างเหตุการณ์
การสร้างเหตุการณ์
3) การพัฒนาเหตุการณ์
เป็นช่วงที่ปัญหาหรือความขัดแย้งมีความ
ซับซ้อนมากขึ้น และนําไปสู่จุดสำคัญของ
เรื่อง
4) บทสรุป
เป็นช่วงที่ปัญหาได้รับการแก้ไขหรือมี
ผลลัพธ์ที่ชัดเจน ซึงอาจนําไปสู่ข้อคิดหรือ
สาระสำคัญที่ผู้สร้างสรรค์ต้องการสื่อสาร
เหตุการณ์เป็นสิ่งที่ทำให้เรื่องราวดำเนินไปข้างหน้า โดยทัวไปควรประกอบด้วย

การสร้างเหตุการณ์
การสร้างเหตุการณ์
ที่สัมพันธ์กันอย่างมีเหตุผล
จะช่วยให้ละครมีความสมบูรณ์
และสามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชม
ได้อย่างต่อเนื้อง”

การฝึกซ้อมมีความสำคัญอย่างยิ่ง
เพราะช่วยให้ผู้แสดงเข้าใจบทบาทของตนเอง
สามารถจดจําลําดับเหตุการณ์
และพัฒนาคุณภาพของการแสดง
ให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น”
การฝึกซ้อมและการแสดง

การฝึกซ้อมและการแสดง
การฝึกซ้อมและการแสดง
1) ศึกษาบทละครอย่างละเอียด
ผู้แสดงควรทำความเข้าใจเรื่องราว บุคลิกของตัวละคร
และความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครต่าง ๆ
ก่อนเริ่มการแสดง
ภาพ: ผลงานศิลปะการแสดงนิพนธ์ ภาควิชาศิลปะการแสดง มศว
ถ่ายภาพโดย จิร อังศุธรรมทัต

การฝึกซ้อมและการแสดง
การฝึกซ้อมและการแสดง
2) ฝึกการใช้เสียงและการสื่อสาร
การออกเสียงที่ชัดเจน การใช้ระดับเสียงที่เหมาะสม และ
การสื่อสารอารมณ์ผ่านน้ำเสียงช่วยให้ผู้ชมเข้าใจ
เรื่องราวได้ดียิ่งขึ้น
ภาพ: ผลงานศิลปะการแสดงนิพนธ์ ภาควิชาศิลปะการแสดง มศว
ถ่ายภาพโดย จิร อังศุธรรมทัต

การฝึกซ้อมและการแสดง
การฝึกซ้อมและการแสดง
3) ฝึกการเคลื่อนไหวและการใช้พื้นที่
ผู้แสดงควรเรียนรู้ตําแหน่ง การเคลื่อนที่ และการใช้พื้นที่
การแสดงอย่างเหมาะสม เพื่อให้การนำเสนอ
มีความชัดเจนและน่าสนใจ
ภาพ: ผลงานศิลปะการแสดงนิพนธ์ ภาควิชาศิลปะการแสดง มศว
ถ่ายภาพโดย จิร อังศุธรรมทัต

การฝึกซ้อมและการแสดง
การฝึกซ้อมและการแสดง
4) ฝึกการทำงานร่วมกัน
ละครเป็นศิลปะการแสดงที่ต้องอาศัยความร่วมมือของ
ทุกคน ผู้แสดงจึงควรฝึกการรับฟง การปรับตัว และ
การประสานงานกับสมาชิกในทีม

การฝึกซ้อมและการแสดง
การฝึกซ้อมและการแสดง
5) ทดลองและปรับปรุง
ระหว่างการฝึกซ้อม ควรมีการประเมินและ
ปรับปรุงการแสดงอย่างต่อเนื้อง เพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง
และพัฒนาคุณภาพของผลงาน
ภาพ: การแสดงจากเทศกาลปล่อยผี ภาควิชาศิลปะการแสดง มศว
ถ่ายภาพโดย จิร อังศุธรรมทัต

สรุปองค์ความรู้
สรุปองค์ความรู้
การสร้างสรรค์ละครสั้นเป็นกระบวนการทางการละครที่ประกอบด้วยการกำหนด
แนวคิด การสร้างตัวละครและเหตุการณ์ รวมถึงการฝึกซ้อมและการแสดง
ควรเริ่มจากการกำหนดสาระสำคัญที่ต้องการนำเสนอ จากนั้นพัฒนาตัวละครและ
เรื่องราวให้มีความสัมพันธ์กันอย่างสมเหตุสมผล ก่อนการฝึกซ้อมและการแสดง
จริง
กระบวนการทั้งหมดช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ทักษะการสื่อสาร การทำงาน
เป็นทีม และการแก้ปัญหา ซึงสามารถนําไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตจริง

ละครตะวันตกกับสังคมร่วมสมัย08
ละครตะวันตกกับสังคมร่วมสมัย08:
Western Theatre
and Contemporary Society

ละครตะวันตกกับสังคมร่วมสมัย
ละครมีบทบาทสำคัญในการสะท้อนความ
เปลี่ยนแปลงของสังคม ถ่ายทอดแนวคิด
ของมนุษย์ในแต่ละยุคสมัย และเป็นส่วน
หนึงของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่มี
อิทธิพลต่อผู้คนทัวโลก
ปัจจุบันการละครเชื่อมโยงกับสื่อดิจิทัล
เทคโนโลยีสมัยใหม่ ภาพยนตร์ โทรทัศน์
และแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ทำให้การ
ละครยังคงเป็นพื้นที่สำคัญของการสื่อสาร
การเรียนรู้ และการสร้างสรรค์ทางศิลปะใน
โลกปัจจุบัน
ภาพ: ผลงานศิลปะการแสดงนิพนธ์ ภาควิชาศิลปะการแสดง มศว
ถ่ายภาพโดย จิร อังศุธรรมทัต

ละครในฐานะสื่อสะท้อนสังคม
ละครในฐานะสื่อสะท้อนสังคม
1) สะท้อนวิถีชีวิตของผู้คน
เรื่องราวในละครมักนำเสนอรูปแบบการ
ดํารงชีวิต ความสัมพันธ์ภายใน
ครอบครัว การศึกษา การทำงาน และ
ปัญหาที่ผู้คนเผชิญในชีวิตประจําวัน
2) สะท้อนค่านิยมและความเชื่อ
ละครสามารถแสดงให้เห็นถึงค่านิยม
ความคิด และความเชื่อที่สังคมยึดถือ
ในแต่ละยุคสมัย รวมทั้งการ
เปลี่ยนแปลงของแนวคิดเหล่านั้นเมือ
เวลาผ่านไป

ละครในฐานะสื่อสะท้อนสังคม
ละครในฐานะสื่อสะท้อนสังคม
3) สะท้อนปัญหาทางสังคม
เช่น ความเหลื่อมล้ำ ความยุติธรรม
สิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม หรือความ
สัมพันธ์ระหว่างกลุ่มคนในสังคม มักถูก
นำเสนอผ่านการละครเพื่อกระตุ้นให้เกิด
การตระหนักรู้และการอภิปราย
4) กระตุ้นการตั้งคำถามและการคิด
วิเคราะห์
ละครมิได้ทำหน้าที่เพียงนำเสนอข้อมูล
แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ชมพิจารณา
เหตุการณ์ต่าง ๆ จากหลายมุมมอง และ
ตั้งคำถามต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม

ละครในฐานะสื่อสะท้อนสังคม
ละครในฐานะสื่อสะท้อนสังคม
5) เป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนความคิด
การละครเปิดโอกาสให้ศิลป์นและผู้ชมได้ร่วมกันสํารวจประเด็นต่าง ๆ ที่
เกี่ยวข้องกับมนุษย์และสังคม ทำให้เกิดการเรียนรู้และการพัฒนาความ
เข้าใจซึงกันและกัน

ละครกับอุตสาหกรรมบันเทิง
ละครกับอุตสาหกรรมบันเทิง
1) การพัฒนาสู่ละครเวทีสมัยใหม่
ละครเวทีในปัจจุบันมีความหลากหลายทั้งด้านรูปแบบ
เนื้อหา และเทคนิคการนำเสนอ โดยมีการนําเทคโนโลยี
สมัยใหม่เข้ามาใช้ร่วมกับศิลปะการแสดงอย่างต่อเนื้อง
ภาพ: การแสดงจากเทศกาลปล่อยผี ภาควิชาศิลปะการแสดง มศว
ถ่ายภาพโดย จิร อังศุธรรมทัต

ละครกับอุตสาหกรรมบันเทิง
ละครกับอุตสาหกรรมบันเทิง
2) การเชื่อมโยงกับละครเพลง
ละครเพลง (Musical Theatre) เป็นรูปแบบการแสดง
ที่ผสมผสานการแสดง การร้องเพลง และการเต้นเข้า
ด้วยกัน และกลายเป็นหนึงในอุตสาหกรรมการแสดงที่
ได้รับความนิยมทัวโลก
ภาพ: การแสดงจากเทศกาลปล่อยผี ภาควิชาศิลปะการแสดง มศว
ถ่ายภาพโดย จิร อังศุธรรมทัต

ละครกับอุตสาหกรรมบันเทิง
ละครกับอุตสาหกรรมบันเทิง
3) อิทธิพลต่อภาพยนตร์และโทรทัศน์
หลักการด้านการสร้างตัวละคร การดำเนินเรื่อง และ
การแสดงที่พัฒนาขึ้นจากการละครตะวันตก ได้กลาย
เป็นรากฐานสำคัญของการผลิตภาพยนตร์และละคร
โทรทัศน์ในปัจจุบัน
ภาพ: การแสดงจากละครรุ่นที่ 29 ภาควิชาศิลปะการแสดง มศว
ถ่ายภาพโดย จิร อังศุธรรมทัต

ละครกับอุตสาหกรรมบันเทิง
ละครกับอุตสาหกรรมบันเทิง
4) การสร้างอาชีพในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ อาทิ
1) นักแสดง 2) ผู้กํากับการแสดง 3) นักเขียนบท
4) นักออกแบบฉาก 5) นักออกแบบเครื่องแต่งกาย
6) นักออกแบบแสงและเสียง 7) ผู้จัดการเวที
8) ผู้ผลิตสื่อการแสดง
ภาพ: การแสดงจากเทศกาลปล่อยผี ภาควิชาศิลปะการแสดง มศว
ถ่ายภาพโดย จิร อังศุธรรมทัต

ละครกับอุตสาหกรรมบันเทิง
ละครกับอุตสาหกรรมบันเทิง
5) การขยายสู่สื่อดิจิทัล
การพัฒนาเทคโนโลยีทำให้การละครสามารถเข้าถึงผู้ชม
ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ การถ่ายทอดสด
และสื่อดิจิทัลรูปแบบต่าง ๆ ได้มากขึ้น

แนวโน้มของละครตะวันตกในปัจจุบัน
แนวโน้มของละครตะวันตกในปัจจุบัน
1) การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัล
มีการนําเทคโนโลยีด้านภาพ เสียง การฉายภาพดิจิทัล และสื่อ
มัลติมีเดียมาใช้ในการสร้างประสบการณ์การรับชมที่หลากหลาย
มากขึ้น
2) การสร้างสรรค์แบบสหวิทยาการ
การละครร่วมสมัยมักผสมผสานองค์ความรู้จากหลายศาสตร์
เช่น ดนตรี นาฏศิลป์ ทัศนศิลป์ วรรณกรรม ภาพยนตร์ และ
เทคโนโลยี เพื่อสร้างรูปแบบการแสดงใหม่ ๆ

แนวโน้มของละครตะวันตกในปัจจุบัน
แนวโน้มของละครตะวันตกในปัจจุบัน
3) การให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางวัฒนธรรม
ผู้สร้างสรรค์ผลงานให้ความสำคัญกับการนำเสนอเรื่องราวของ
ผู้คนจากหลากหลายเชื่อชาติ วัฒนธรรม และประสบการณ์ชีวิต
4) การมีส่วนร่วมของผู้ชม
การแสดงบางรูปแบบเปิดโอกาสให้ผู้ชมมีปฏิสัมพันธ์หรือมีส่วน
ร่วมในการกำหนดทิศทางของการแสดง ทำให้เกิดประสบการณ์ที่
แตกต่างจากการรับชมแบบเดิม

แนวโน้มของละครตะวันตกในปัจจุบัน
แนวโน้มของละครตะวันตกในปัจจุบัน
5) การใช้ศิลปะการละครเพื่อการพัฒนาสังคม
การละครถูกนํามาใช้ในการส่งเสริมการศึกษา การพัฒนาชุมชน
การสร้างความเข้าใจระหว่างผู้คน และการรณรงค์ในประเด็นทาง
สังคมต่าง ๆ มากขึ้น
6) การขยายพื้นที่การแสดง
การแสดงมิได้จำกัดอยู่เฉพาะในโรงละคร แต่สามารถเกิดขึ้นได้ใน
พื้นที่สาธารณะ พิพิธภัณฑ์ สถานศึกษา ชุมชน หรือสื่อออนไลน์
ทำให้ผู้คนเข้าถึงการละครได้ง่ายกว่าในอดีต

แนวโน้มเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า
การละคร
ยังคงเป็นศิลปะการแสดง
ที่มีความยืดหยุ่น
และสามารถปรับตัว
ให้สอดคล้องกับ
ความเปลี่ยนแปลงของโลก
ได้อย่างต่อเนื้อง”

สรุปองค์ความรู้
สรุปองค์ความรู้
ละครทำหน้าที่เป็นสื่อสะท้อนวิถีชีวิต ค่านิยม และปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม
เป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมบันเทิงและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่ก่อให้เกิดการพัฒนา
ด้านศิลปะ เศรษฐกิจ และอาชีพหลากหลายรูปแบบ
ปัจจุบัน การละครได้ปรับตัวให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความ
เปลี่ยนแปลงของสังคม ผ่านการบูรณาการศาสตร์ต่าง ๆ การส่งเสริมความหลากหลายทาง
วัฒนธรรม และการขยายพื้นที่การแสดงไปสู่บริบทใหม่ ๆ
การศึกษาละครตะวันตกในมิติของสังคมร่วมสมัยจึงช่วยให้เข้าใจบทบาทของศิลปะการแสดง
และตระหนักถึงคุณค่าของการละครในฐานะเครื่องมือช่วยพัฒนามนุษย์และสังคม
