ผศ.ดร.สุขสันติ แวงวรรณการแสดงพื้นบ้าน
4 ภาค
เรียนรู้อัตลักษณ์ วิถีชีวิต ดนตรี เครื่องแต่งกาย และองค์ประกอบการแสดงพื้นบ้านของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้
โดย ผศ.ดร.สุขสันติ แวงวรรณ เริ่มเรียนบทนี้
ศิลปะพื้นบ้านคือเสียงของชุมชน
“ศิลปะพื้นบ้านคือเสียงของชุมชน ที่เล่าเรื่องวิถีชีวิต ภูมิประเทศ และอัตลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค”
ทำไมการแสดงพื้นบ้านแต่ละภาคจึงไม่เหมือนกัน?
นาฏศิลป์พื้นบ้านสะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นภูมิประเทศ อาชีพ ความเชื่อ และวัฒนธรรม
- ภาคเหนือ โดดเด่นด้วยความอ่อนช้อย
- ภาคกลาง สะท้อนวิถีชาวนาและชุมชนริมคลองแม่น้ำ
- ภาคอีสาน มีจังหวะสนุกสนานตามวิถีชุมชน
- ภาคใต้ ได้รับอิทธิพลจากวิถีชีวิตชายฝั่งทะเล
“พื้นที่ต่างกัน วิถีชีวิตจึงแตกต่างกัน”

การแสดงพื้นบ้านคือแผนที่วัฒนธรรมของผู้คน
การแสดงพื้นบ้านเป็นศิลปะการแสดงที่สะท้อนวิถีชีวิต ดนตรี ความเชื่อ และวัฒนธรรมของชุมชนในแต่ละท้องถิ่น จึงเปรียบเสมือน “แผนที่ทางวัฒนธรรม” ที่แสดงถึงอัตลักษณ์และความหลากหลายของสังคมไทย
ความหลากหลายดังกล่าวทำให้ศิลปะการแสดงพื้นบ้านมีชีวิต มีการสืบทอดและปรับเปลี่ยนรูปแบบตามบริบทของสังคม เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละยุคสมัย โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์และคุณค่าทางวัฒนธรรมของชุมชนไว้
ความหลากหลายทางภูมิภาคทำให้ศิลปะพื้นบ้านไทยมีชีวิตและเปลี่ยนแปลงได้

ที่มา: ปรารถนา คงสำราญ (2569)
การแสดงพื้นบ้านคืออะไร?
การแสดงพื้นบ้าน คือ ศิลปะการแสดงที่เกิดจากวิถีชีวิต ความเชื่อ และภูมิปัญญาของคนในแต่ละท้องถิ่น พัฒนามาจากการละเล่นพื้นบ้าน ก่อนจะได้รับการปรับรูปแบบให้เป็นการแสดงที่มีแบบแผน มีดนตรี เครื่องแต่งกาย และท่ารำที่เป็นเอกลักษณ์
ความหมายของ “การละเล่น”
- ละ หมายถึง การปล่อยวางจากภารกิจหรือการทำงาน
- เล่น หมายถึง การร่วมกิจกรรมเพื่อความสนุกสนานและความบันเทิง
เมื่อรวมกัน “การละเล่น” จึงหมายถึงกิจกรรมที่ผู้คนร่วมกันเล่นเพื่อความผ่อนคลาย สร้างความสุข และความสัมพันธ์ในชุมชน
ชีวิตชุมชน
ดนตรีท้องถิ่น
เครื่องแต่งกาย
ประเพณี
การแสดงพื้นบ้านเปรียบเสมือน “แผนที่ทางวัฒนธรรม” ของชุมชน เพราะสะท้อนวิถีชีวิต ภาษา ดนตรี อาชีพ ความเชื่อ ภูมิประเทศ และประวัติศาสตร์ของผู้คนในแต่ละท้องถิ่น

4 ภาค 4 อัตลักษณ์
การแสดงพื้นบ้านไทยไม่ได้มีรูปแบบเดียว แต่สะท้อนภูมิประเทศ ภาษา และดนตรีของแต่ละพื้นที่
นุ่มนวล ประณีต
อ่อนช้อย สนุกสนาน วิถีลุ่มแม่น้ำ
สนุก จังหวะชัด
เข้มแข็ง มีพลัง รวดเร็ว

ที่มา: ปรารถนา คงสำราญ (2569)
6.1 การแสดงพื้นบ้านภาคเหนือ
ความอ่อนช้อยและจังหวะสงบ
- นุ่มนวลและละเมียดละไม
- สัมพันธ์กับวัฒนธรรมล้านนาและพิธีกรรม
- เครื่องแต่งกายใช้ผ้าพื้นเมือง สีสุภาพ และอ่อนโยน
- ตัวอย่าง: ฟ้อนเทียนและฟ้อนเล็บ

ที่มา: ปรารถนา คงสำราญ (2569)
ฟ้อนเล็บ
ความงามของมือ นิ้ว และจังหวะช้า
“ฟ้อนเล็บ” เป็นนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคเหนือที่มีความอ่อนช้อย งดงาม และเป็นเอกลักษณ์ของชาวล้านนา ผู้แสดงสวมเล็บยาวสีทองที่ปลายนิ้ว พร้อมร่ายรำด้วยท่วงท่าที่นุ่มนวลสอดคล้องกับทำนองดนตรีพื้นเมือง
การแสดงสะท้อนความอ่อนหวาน กิริยามารยาท และความงดงามของสตรีล้านนา นิยมใช้แสดงในงานประเพณีสำคัญ งานต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง และงานเฉลิมฉลองต่าง ๆ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของภาคเหนือ
ที่มา: ปรารถนา คงสำราญ (2569)
องค์ประกอบของการแสดงฟ้อนเล็บ
ดนตรีประกอบ
- วงกลองตึ่งโนง
- ทำนองเพลงแหย่ง
ผู้แสดง
- ไม่จำกัดเพศชายหรือหญิง
- ไม่ระบุจำนวนผู้แสดง
โอกาสแสดง
- งานประเพณีประจำปี
- งานสมโภช
- งานต้อนรับต่าง ๆ
ท่ารำ
- ท่ารำแบบชาวบ้านตามวัดต่าง ๆ
- ท่ารำในแบบพระราชชายาเจ้าดารารัศมี
การแต่งกายแบบล้านนา
- ติดดอกเอื้องที่มวยผม
- สวมเครื่องประดับแบบล้านนา
- สวมเสื้อแขนกระบอก คอกลม
- ห่มสไบพาดบ่า
- สวมเล็บทองเหลือง 4 นิ้ว โดยไม่นับนิ้วหัวแม่มือ
- นุ่งผ้าถุงลายขวาง มีหรือไม่มีเชิงก็ได้

6.2 การแสดงพื้นบ้านภาคกลาง
วิถีน้ำ งานวัด และความสนุกแบบชุมชน
- สัมพันธ์กับพื้นที่ลุ่มน้ำ การเกษตร และงานประเพณี
- ท่าทางเข้าใจง่าย มีความสนุกและใกล้ชิดผู้ชม
- ตัวอย่าง: รำเถิดเทิงและรำโทน

ที่มา: ปรารถนา คงสำราญ (2569)
รำเถิดเทิง
เถิดเทิงหรือกลองยาว
“รำเถิดเทิง” หรือ “รำกลองยาว” เป็นการแสดงพื้นบ้านภาคกลางที่มีความสนุกสนาน ครึกครื้น และมีจังหวะเร้าใจ โดยใช้กลองยาวเป็นเครื่องดนตรีหลัก
ผู้แสดงร่ายรำไปตามจังหวะดนตรีอย่างอิสระ พร้อมลีลาการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วและมีชีวิตชีวา สะท้อนความรื่นเริง ความสามัคคี และวิถีชีวิตของชาวบ้าน นิยมแสดงในงานประเพณี งานบุญ งานแห่ และงานมงคลต่าง ๆ
ที่มา: ปรารถนา คงสำราญ (2569)
องค์ประกอบของการรำเถิดเทิง
ดนตรีประกอบ
- ใช้กลองยาวเป็นเครื่องดนตรีหลัก
- ใช้กรับ ฉาบ โหม่ง และระนาดเอก
ผู้แสดง
- ผู้รำแบบคู่ชาย–หญิง หรือหญิงล้วน
- มีกลุ่มผู้ตีกลองยาวและเครื่องประกอบจังหวะ
โอกาสแสดง
- งานประเพณีต่าง ๆ
- แห่นาค แห่พระ และแห่กฐิน
- งานต้อนรับต่าง ๆ
ท่ารำ
- ผสมผสานลีลาการรำพื้นบ้านกับนาฏศิลป์ไทย
- พัฒนาเป็นการแสดงที่เรียกว่า “รำเถิดเทิง” หรือ “รำกลองยาว”
เรียบง่าย สนุกสนาน และเหมาะกับการเคลื่อนไหว
- ทัดดอกไม้ข้างหู
- สวมเสื้อแขนกระบอกแขนยาว คอตั้งหรือคอกลม
- ห่มสไบพาดบ่า
- สวมเครื่องประดับ
- นุ่งผ้านุ่งยาวหรือโจงกระเบน

6.3 การแสดงพื้นบ้านภาคอีสาน
จังหวะชีวิต สนุก และมีพลัง
- มีจังหวะเร็ว สนุก และเปิดพื้นที่ให้ชุมชนมีส่วนร่วม
- เครื่องดนตรีสำคัญ เช่น แคน กลอง ฉิ่ง และฉาบ
- ตัวอย่าง: ฟ้อนแหย่ไข่มดแดงและฟ้อนภูไท

ที่มา: ปรารถนา คงสำราญ (2569)
ฟ้อนแหย่ไข่มดแดง
เรื่องราววิถีชีวิตการหาไข่มดแดง
“ฟ้อนแหย่ไข่มดแดง” เป็นศิลปะการแสดงชาวอีสานที่สนุกสนานและเร้าใจ บอกเล่าการออกไปหาไข่มดแดงซึ่งได้มาอย่างยากลำบาก ทั้งการถูกมดแดงกัดหรือไต่ตามเสื้อผ้า และการกวนแยกตัวมดแดงออกจากไข่
อุปกรณ์สำคัญ ได้แก่ ไม้ไผ่ยาวที่ผูกปลายด้วยตะกร้า และภาชนะใส่น้ำสำหรับใส่ไข่มดแดงที่แหย่ได้
ที่มา: ปรารถนา คงสำราญ (2569)
องค์ประกอบของการแสดงฟ้อนแหย่ไข่มดแดง
ดนตรีประกอบ
- ใช้ดนตรีพื้นบ้านอีสาน เช่น โปงลาง พิณ แคน โหวด กลอง และซออีสาน
- นิยมบรรเลงลายเซิ้งบั้งไฟและลายสุดสะแนน
ผู้แสดง
- แสดงเป็นคู่ชาย–หญิง
- นิยมตั้งแต่ 3 คู่ขึ้นไป หรือปรับตามความเหมาะสม
โอกาสแสดง
- งานประเพณีและเทศกาลต่าง ๆ
- งานรื่นเริงและกิจกรรมสร้างความสนุกสนาน
ท่ารำ
สื่อวิถีชีวิตการหาไข่มดแดงของชาวอีสาน มีท่ารำหลัก 6 ท่า ได้แก่
- ออกเดินทาง
- หารังมดแดง
- แหย่ไข่มดแดง
- กวนแยกมด
- เทน้ำออก
- เดินทางกลับบ้าน
- สวมเสื้อแขนกระบอก
- ห่มสไบพาดบ่า
- นุ่งผ้าถุงมัดหมี่แบบอีสาน มีหรือไม่มีเชิงก็ได้
- ใช้ผ้าไหมหรือผ้าฝ้ายพื้นเมืองอีสาน
- สวมเครื่องประดับเงินและเครื่องประดับพื้นบ้าน
- สวมเสื้อม่อฮ่อมคอกลม ผ่าหน้าติดกระดุม
- นุ่งกางเกงขาก๊วยหรือกางเกงครึ่งแข้ง
- คาดเอวด้วยผ้าขิดหรือผ้าขาวม้า
- โพกศีรษะด้วยผ้าขาวม้า

6.4 การแสดงพื้นบ้านภาคใต้
พลัง จังหวะคม และเรื่องเล่าท้องถิ่น
- ได้รับอิทธิพลจากทะเล การค้า และความหลากหลายทางวัฒนธรรม
- ท่าทางเข้มแข็ง กระฉับกระเฉง และมีจังหวะชัด
- ตัวอย่าง: ตารีกีปัส โนรา หนังตะลุง และรองเง็ง

ที่มา: ปรารถนา คงสำราญ (2569)
ตารีกีปัส
การแสดงที่ใช้ “พัด” เป็นอุปกรณ์สำคัญ
“ตารีกีปัส” เป็นการแสดงพื้นเมืองภาคใต้ที่ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากชาวมลายู มีความงดงาม อ่อนช้อย และโดดเด่นด้วยการใช้พัดเป็นอุปกรณ์ประกอบการรำ
ผู้แสดงเคลื่อนไหวร่างกายอย่างพลิ้วไหว พร้อมการย่ำเท้า หักข้อมือ และแปรแถวไปตามจังหวะดนตรีที่สนุกสนาน สะท้อนความรื่นเริง ความสง่างาม และอัตลักษณ์ของชาวไทยมุสลิมภาคใต้ นิยมแสดงในงานเฉลิมฉลอง งานมงคล และกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่าง ๆ
ที่มา: ปรารถนา คงสำราญ (2569)
องค์ประกอบของการแสดงตารีกีปัส
ดนตรีประกอบ
- ใช้ไวโอลิน แมนโดลิน ขลุ่ย รำมะนา ฆ้อง และมาราคัส
- บรรเลงเพลงตาเรียนเนรายังและอินังตังลุง
- ได้รับอิทธิพลทางดนตรีจากวัฒนธรรมมลายู
ผู้แสดง
- แสดงเป็นคู่ชาย–หญิง นิยม 3–5 คู่
- หรือแสดงแบบหญิงล้วน ตั้งแต่ 4 คนขึ้นไป
โอกาสแสดง
- งานเฉลิมฉลองและงานมงคลสำคัญ
- สื่อถึงความรื่นเริงและความงดงามทางวัฒนธรรม
ท่ารำ
- ใช้พัดเป็นอุปกรณ์สำคัญ
- เน้นการย่ำเท้า การใช้สะโพก และการหักข้อมืออย่างอ่อนช้อย
อัตลักษณ์เครื่องแต่งกายแบบมลายู
- ตกแต่งทรงผมด้วยดอกไม้หรือใบไม้หวายตามเอกลักษณ์ท้องถิ่น
- สวมเสื้อบาบ๋า–ย่าหยา หรือเสื้อลูกไม้มีคอ พร้อมเกาะอกด้านใน
- สวมเครื่องประดับ เช่น สร้อยคอ กำไล และต่างหู
- นุ่งผ้าถุงปาเต๊ะหรือผ้าบาติกยาว

อัตลักษณ์ การอนุรักษ์ และการต่อยอด
เครื่องแต่งกายสะท้อนภูมิภาค
ใส่เสื้อแขนกระบอก ห่มสไบ นุ่งผ้าถุงยาว และใช้ลวดลายตามท้องถิ่น
ใส่เสื้อแขนกระบอก ห่มสไบ นุ่งผ้าถุงยาวหรือโจงกระเบน และทัดดอกไม้
ใส่เสื้อแขนกระบอก ห่มสไบ นุ่งผ้ามัดหมี่ คาดผ้าขิดหรือผ้าขาวม้า
ใส่เสื้อบาบ๋า–ย่าหยา นุ่งผ้าปาเต๊ะ และประดับเครื่องประดับ
หลักคิด: ชุดไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่เป็นวัฒนธรรมของพื้นที่

ที่มา: ปรารถนา คงสำราญ (2569)
ดนตรีและจังหวะ: เสียงท้องถิ่นสร้างบุคลิกของการแสดง
ภาคเหนือ
สะล้อ ซอ ซึง — จังหวะช้าและนุ่มนวล
ภาคอีสาน
แคน โปงลาง กลอง — จังหวะเร็วและกระชับ
ภาคกลาง
วงกลองยาว วงปี่พาทย์ — จังหวะสนุกสนาน และมีทั้งช้า กลาง เร็ว
ภาคใต้
ปี่ ทับ โหม่ง — จังหวะคมและรวดเร็ว

ที่มา: ไทยพีบีเอส (ม.ป.ป.)
การแสดงพื้นบ้าน: อัตลักษณ์ที่มองเห็นได้
ภูมิประเทศ
ภูเขา ทุ่งนา แม่น้ำ และทะเล
ภาษาและสำเนียง
ถ้อยคำ เพลง และจังหวะ
วิถีอาชีพ
เกษตรกรรมและประมง
ความเชื่อ
ประเพณี พิธีกรรม และตำนาน
เมื่อบริบทเปลี่ยน ศิลปะพื้นบ้านก็จะปรับเปลี่ยนไปตามบริบทของสังคม

การแสดงพื้นบ้านกับการท่องเที่ยววัฒนธรรม
Culture as living experience
การสร้างมูลค่าให้กับการแสดงพื้นบ้าน คือ การนำทุนทางวัฒนธรรม เช่น ศิลปหัตถกรรม ประเพณี และการแสดงพื้นบ้าน มาพัฒนาต่อยอดให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจ ผ่านการจัดกิจกรรม การแสดง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม รวมถึงการผลิตของที่ระลึกและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น
แนวทางดังกล่าวช่วยสร้างและกระจายรายได้สู่ชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น

การอนุรักษ์และสืบทอด: จากครูสู่ผู้เรียน จากชุมชนสู่อนาคต
การสร้างสรรค์ผลงานจากทุนทางวัฒนธรรมควรเริ่มต้นจากการศึกษาภูมิปัญญา เรียนรู้จากศิลปิน ครู อาจารย์ และผู้เชี่ยวชาญในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เข้าใจบริบท ความหมาย และคุณค่าของวัฒนธรรมอย่างถูกต้อง
ก่อนนำมาต่อยอดเป็นผลงานสร้างสรรค์ ต้องยึดหลักความเคารพต่อเจ้าของวัฒนธรรม ไม่บิดเบือน ดูถูก หรือทำให้คุณค่าทางวัฒนธรรมเสื่อมเสีย

ที่มา: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (ม.ป.ป.)
ถ้าคุณต้องออกแบบการแสดงพื้นบ้านให้คนรุ่นใหม่สนใจ คุณจะเริ่มจากอะไร?
“อนุรักษ์ไม่ใช่การหยุดเวลา แต่คือการส่งต่อความหมาย”

สรุปบทเรียน
- การแสดงพื้นบ้านสะท้อนชีวิตชุมชน
- การแสดงพื้นบ้าน 4 ภาคมีเอกลักษณ์แตกต่างกัน
- ดนตรี ชุด ท่ารำ และบริบททำงานร่วมกัน
- การแสดงพื้นบ้านเป็นมรดกวัฒนธรรม
- คนรุ่นใหม่สามารถสืบทอดและต่อยอดได้

การแสดงพื้นบ้าน 4 ภาค
คือภาพสะท้อนของความหลากหลาย ความทรงจำ และพลังของชุมชนไทย ที่ควรได้รับการเรียนรู้ อนุรักษ์ และต่อยอดอย่างร่วมสมัย
