หน่วยการเรียนรู้ที่ 2

👤 มีผู้เรียนแล้ว 1 คน
อาจารย์ผู้สอนหน่วยการเรียนรู้ที่ 2
ผศ.ดร.ขวัญใจ คงถาวรผศ.ดร.ขวัญใจ คงถาวร
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2

การแสดง
นาฏศิลป์ไทย

เรียนรู้ประวัติ ที่มา ประเภท รูปแบบ และองค์ประกอบสำคัญของการแสดงนาฏศิลป์ไทย

เนื้อหาโดย ผศ.ดร.ขวัญใจ คงถาวร เริ่มเรียนบทนี้
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การแสดงนาฏศิลป์ไทย
01
ORIGIN

ประวัติและที่มาของนาฏศิลป์ไทย

การแสดงออกที่พัฒนาจากธรรมชาติสู่ศิลปะ

นาฏศิลป์ไทยเกิดจากวิถีชีวิตและอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ เช่น ความสุข ความกลัว และความศรัทธาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มนุษย์จึงแสดงออกผ่านการเคลื่อนไหวร่างกายตามธรรมชาติ ก่อนพัฒนาเป็นท่าฟ้อนรำที่งดงาม แตกต่างกันไปตามสังคม วัฒนธรรม ประเพณี และความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น

นาฏยศาสตร์

คำสมาสระหว่าง “นาฏย” และ “ศาสตร์” หมายถึงวิชาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการฟ้อนรำ หรือการแสดงระบำ รำ และฟ้อน

แนวคิดจากอินเดีย

มีความเชื่อว่าพระศิวะเป็นพระบิดาแห่งนาฏศิลป์ และพระภรตมุนีเป็นผู้รวบรวมองค์ความรู้เป็นคัมภีร์นาฏยศาสตร์

ที่มาของนาฏศิลป์ไทย 3 แนวทาง

01

กระบวนการธรรมชาติ

เกิดจากการแสดงอารมณ์และการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติของมนุษย์ ก่อนพัฒนาเป็นภาษาท่าและกระบวนท่าฟ้อนรำที่งดงาม

นาฏศิลป์ไทยกำเนิดจากกระบวนการธรรมชาติ
02

พิธีกรรมและการบวงสรวง

เกิดจากการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อ มีการขับร้องและฟ้อนรำเพื่อขอพร ก่อนพัฒนาเป็นการแสดงเพื่อความบันเทิง

นาฏศิลป์ไทยกำเนิดจากพิธีกรรมและการบวงสรวง
03

อารยธรรมอินเดีย

ได้รับอิทธิพลจากพระเวท คัมภีร์นาฏยศาสตร์ และท่ารำกรณะ 108 ท่า ก่อนปรับให้เหมาะกับวัฒนธรรมไทยจนเกิดเอกลักษณ์เฉพาะ

นาฏศิลป์ไทยได้รับอิทธิพลจากอารยธรรมอินเดีย
01

โขน

02

ละคร

03

รำและระบำ

04

การแสดงพื้นเมือง

02
KHON

โขน ศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทย

เอกลักษณ์สำคัญ

โขนเป็นการแสดงนาฏศิลป์ชั้นสูงของไทย ผู้แสดงส่วนใหญ่สวมศีรษะที่เรียกว่า “หัวโขน” ยกเว้นตัวพระและตัวนาง มีการใช้ท่าทางประกอบบทร้อง บทพากย์เจรจา และการรำเพลงหน้าพาทย์ที่ต้องตรงตามจังหวะกลอง

  • ใช้ท่าทางประกอบบทร้องและบทพากย์เจรจา
  • มีรูปแบบกลอนสำหรับใช้ในการแสดง
  • การรำเพลงหน้าพาทย์ต้องตรงตามจังหวะ
  • ผู้แสดงยึดทำนองเพลงเป็นหลัก

โขน 5 ประเภท

โขนกลางแปลง
01

โขนกลางแปลง

แสดงในพื้นที่โล่งแจ้ง ไม่มีโรงหรือฉากประกอบ เน้นฉากการรบและการเคลื่อนไหวอย่างสง่างาม

โขนนั่งราว
02

โขนนั่งราว

เรียกอีกอย่างว่าโขนโรงนอก แสดงบนโรงที่มีราวพาดหน้าเวทีสำหรับให้ผู้แสดงนั่งระหว่างรอออกแสดง

โขนโรงใน
03

โขนโรงใน

ได้รับอิทธิพลจากละครใน มีความประณีต มีฉาก เครื่องแต่งกาย และควบคุมแสง สี เสียงได้อย่างสมบูรณ์

โขนหน้าจอ
04

โขนหน้าจอ

แสดงบริเวณด้านหน้าจอผ้าขาว ซึ่งเดิมเป็นจอสำหรับการแสดงหนังใหญ่ จึงเรียกว่า “โขนหน้าจอ”

โขนฉาก
05

โขนฉาก

พัฒนาจากโขนโรงใน ใช้ฉาก แสง สี เสียง และเทคนิคเวทีสมัยใหม่ ปัจจุบันเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

03
DANCE

รำและระบำ

รำ

รำเดี่ยวและรำคู่

ศิลปะแห่งการร่ายรำ มีผู้แสดงตั้งแต่ 1-2 คน ไม่เล่นเป็นเรื่องราว อาจมีบทขับร้องประกอบและมีกระบวนท่ารำไปตามบทร้อง

  • รำเดี่ยว: มุ่งเน้นการอวดฝีมือและความเชี่ยวชาญของผู้แสดง
  • รำคู่: ผู้แสดง 2 คนรำเชื่อมโยงสอดคล้องและพร้อมเพรียงกัน
ระบำ

ระบำหมู่

ศิลปะแห่งการร่ายรำที่มีผู้แสดงตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เน้นความพร้อมเพรียง แบ่งเป็น 2 ประเภท

  • ระบำมาตรฐาน: มีแบบแผนต้นฉบับและแต่งกายแบบยืนเครื่องพระ-นาง
  • ระบำเบ็ดเตล็ด: ประดิษฐ์หรือปรับปรุงใหม่ให้เหมาะกับวัตถุประสงค์และโอกาส
04
THAI THEATRE

ละครไทย

01

ละครชาตรี

การแสดงแบบพื้นบ้าน ใช้ผู้แสดงจำนวนน้อย เรื่องราวมีตัวละครไม่มาก และเน้นความสนุกสนาน เช่น เรื่องมโนห์รา

02

ละครนอก

ดำเนินเรื่องรวดเร็ว เน้นความตลกขบขัน นิยมแสดงเรื่องสังข์ทอง คาวี และมณีพิชัย

03

ละครใน

เกิดในราชสำนักสมัยอยุธยา มีขนบการแสดงตามจารีต นิยมแสดงรามเกียรติ์ อิเหนา และอุณรุท

ละครพันทาง

ผสมผสานวัฒนธรรมของชาติต่าง ๆ พัฒนาจากละครนอก ใช้ทั้งท่ารำและท่าทางธรรมชาติ

ละครดึกดำบรรพ์

พัฒนาจากละครใน โดยผู้แสดงต้องร้องและรำด้วยตนเอง

ละครร้อง

ใช้การร้องในการดำเนินเรื่อง แต่งกายตามบทบาท เช่น เรื่องสาวเครือฟ้า

ละครพูด

ได้รับอิทธิพลจากตะวันตก ใช้บทสนทนาและการแสดงที่เป็นธรรมชาติ

05
REGIONAL DANCE

การแสดงพื้นเมือง 4 ภูมิภาค

การแสดงพื้นเมือง

ศิลปะแห่งการร่ายรำที่คิดค้นสร้างสรรค์จากวิถีชีวิต วัฒนธรรม และการละเล่นอันเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มชนในแต่ละภูมิภาค

การแสดงพื้นเมืองภาคเหนือ
ภาคเหนือ

ฟ้อนแบบล้านนา

ลีลานุ่มนวล อ่อนช้อยงดงาม และมีบางชุดที่เข้มแข็งหนักแน่น เครื่องดนตรีสำคัญ เช่น สะล้อ ซอ ซึง กลองปูเจ่ และกลองแอว

การแสดงพื้นเมืองภาคกลาง
ภาคกลาง

สนุกสนานตามวิถีเกษตรกรรม

เรียบง่าย สอดคล้องกับวิถีชีวิต เช่น เพลงเกี่ยวข้าว รำโทน รำวง รำเถิดเทิง รำกลองยาว และระบำชาวนา

การแสดงพื้นเมืองภาคอีสาน
ภาคอีสาน

สองกลุ่มวัฒนธรรม

มาจากความเชื่อ ประเพณี และวิถีชีวิต แบ่งเป็นวัฒนธรรมอีสานเหนือและอีสานใต้

อีสานเหนือ
อีสานเหนือ

เซิ้งและหมอลำ

เน้นความพร้อมเพรียง ใช้แคน โปงลาง พิณ ซอ กลองยาวอีสาน ฉิ่ง ฉาบ ฆ้อง กรับ และโหวด

อีสานใต้
อีสานใต้

เรือม

ท่ารำและดนตรีกระชับ รวดเร็ว สนุกสนาน ใช้วงมโหรีอีสานใต้ เช่น กลองกันตรึม ปี่สไล และพิณ

การแสดงพื้นเมืองภาคใต้
ภาคใต้

วัฒนธรรมผสมผสาน

มีจังหวะรวดเร็ว สนุกสนาน ท่าทางชัดเจน แบ่งเป็นวัฒนธรรมไทยพุทธและไทยมุสลิม

06
ESSENTIALS

องค์ประกอบและโอกาสในการแสดง

01

ผู้แสดง

02

ท่ารำ

03

บทเพลงและดนตรี

04

การแต่งกายและแต่งหน้า

05

การแปรแถว

06

อุปกรณ์การแสดง

งานพระราชพิธี

ใช้ประกอบพระราชพิธีและงานสำคัญตามประเพณี

เผยแพร่สู่สาธารณชน

เผยแพร่และสืบทอดศิลปวัฒนธรรมไทยสู่สังคม

งานมงคลและอวมงคล

เลือกใช้รูปแบบการแสดงให้เหมาะสมกับโอกาส

การเรียนการสอน

ถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะด้านนาฏศิลป์

สรุปท้ายบทเรียน

นาฏศิลป์ไทย

เกิดจากธรรมชาติ พิธีกรรม และอิทธิพลจากอารยธรรมอินเดีย พัฒนาเป็นโขน รำ ระบำ ละคร และการแสดงพื้นเมืองที่มีเอกลักษณ์งดงาม

สรุปท้ายบทเรียนการแสดงนาฏศิลป์ไทย
Scroll to Top