ผศ.ดร.ขวัญใจ คงถาวรการแสดง
นาฏศิลป์ไทย
เรียนรู้ประวัติ ที่มา ประเภท รูปแบบ และองค์ประกอบสำคัญของการแสดงนาฏศิลป์ไทย
เนื้อหาโดย ผศ.ดร.ขวัญใจ คงถาวร เริ่มเรียนบทนี้
ประวัติและที่มาของนาฏศิลป์ไทย
การแสดงออกที่พัฒนาจากธรรมชาติสู่ศิลปะ
นาฏศิลป์ไทยเกิดจากวิถีชีวิตและอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ เช่น ความสุข ความกลัว และความศรัทธาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มนุษย์จึงแสดงออกผ่านการเคลื่อนไหวร่างกายตามธรรมชาติ ก่อนพัฒนาเป็นท่าฟ้อนรำที่งดงาม แตกต่างกันไปตามสังคม วัฒนธรรม ประเพณี และความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น
คำสมาสระหว่าง “นาฏย” และ “ศาสตร์” หมายถึงวิชาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการฟ้อนรำ หรือการแสดงระบำ รำ และฟ้อน
มีความเชื่อว่าพระศิวะเป็นพระบิดาแห่งนาฏศิลป์ และพระภรตมุนีเป็นผู้รวบรวมองค์ความรู้เป็นคัมภีร์นาฏยศาสตร์
ที่มาของนาฏศิลป์ไทย 3 แนวทาง
กระบวนการธรรมชาติ
เกิดจากการแสดงอารมณ์และการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติของมนุษย์ ก่อนพัฒนาเป็นภาษาท่าและกระบวนท่าฟ้อนรำที่งดงาม
พิธีกรรมและการบวงสรวง
เกิดจากการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อ มีการขับร้องและฟ้อนรำเพื่อขอพร ก่อนพัฒนาเป็นการแสดงเพื่อความบันเทิง
อารยธรรมอินเดีย
ได้รับอิทธิพลจากพระเวท คัมภีร์นาฏยศาสตร์ และท่ารำกรณะ 108 ท่า ก่อนปรับให้เหมาะกับวัฒนธรรมไทยจนเกิดเอกลักษณ์เฉพาะ
โขน
ละคร
รำและระบำ
การแสดงพื้นเมือง
โขน ศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทย
เอกลักษณ์สำคัญ
โขนเป็นการแสดงนาฏศิลป์ชั้นสูงของไทย ผู้แสดงส่วนใหญ่สวมศีรษะที่เรียกว่า “หัวโขน” ยกเว้นตัวพระและตัวนาง มีการใช้ท่าทางประกอบบทร้อง บทพากย์เจรจา และการรำเพลงหน้าพาทย์ที่ต้องตรงตามจังหวะกลอง
- ใช้ท่าทางประกอบบทร้องและบทพากย์เจรจา
- มีรูปแบบกลอนสำหรับใช้ในการแสดง
- การรำเพลงหน้าพาทย์ต้องตรงตามจังหวะ
- ผู้แสดงยึดทำนองเพลงเป็นหลัก



โขน 5 ประเภท
โขนกลางแปลง
แสดงในพื้นที่โล่งแจ้ง ไม่มีโรงหรือฉากประกอบ เน้นฉากการรบและการเคลื่อนไหวอย่างสง่างาม
โขนนั่งราว
เรียกอีกอย่างว่าโขนโรงนอก แสดงบนโรงที่มีราวพาดหน้าเวทีสำหรับให้ผู้แสดงนั่งระหว่างรอออกแสดง
โขนโรงใน
ได้รับอิทธิพลจากละครใน มีความประณีต มีฉาก เครื่องแต่งกาย และควบคุมแสง สี เสียงได้อย่างสมบูรณ์
โขนหน้าจอ
แสดงบริเวณด้านหน้าจอผ้าขาว ซึ่งเดิมเป็นจอสำหรับการแสดงหนังใหญ่ จึงเรียกว่า “โขนหน้าจอ”
โขนฉาก
พัฒนาจากโขนโรงใน ใช้ฉาก แสง สี เสียง และเทคนิคเวทีสมัยใหม่ ปัจจุบันเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
รำและระบำ



รำเดี่ยวและรำคู่
ศิลปะแห่งการร่ายรำ มีผู้แสดงตั้งแต่ 1-2 คน ไม่เล่นเป็นเรื่องราว อาจมีบทขับร้องประกอบและมีกระบวนท่ารำไปตามบทร้อง
- รำเดี่ยว: มุ่งเน้นการอวดฝีมือและความเชี่ยวชาญของผู้แสดง
- รำคู่: ผู้แสดง 2 คนรำเชื่อมโยงสอดคล้องและพร้อมเพรียงกัน
ระบำหมู่
ศิลปะแห่งการร่ายรำที่มีผู้แสดงตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เน้นความพร้อมเพรียง แบ่งเป็น 2 ประเภท
- ระบำมาตรฐาน: มีแบบแผนต้นฉบับและแต่งกายแบบยืนเครื่องพระ-นาง
- ระบำเบ็ดเตล็ด: ประดิษฐ์หรือปรับปรุงใหม่ให้เหมาะกับวัตถุประสงค์และโอกาส
ละครไทย


ละครชาตรี
การแสดงแบบพื้นบ้าน ใช้ผู้แสดงจำนวนน้อย เรื่องราวมีตัวละครไม่มาก และเน้นความสนุกสนาน เช่น เรื่องมโนห์รา
ละครนอก
ดำเนินเรื่องรวดเร็ว เน้นความตลกขบขัน นิยมแสดงเรื่องสังข์ทอง คาวี และมณีพิชัย
ละครใน
เกิดในราชสำนักสมัยอยุธยา มีขนบการแสดงตามจารีต นิยมแสดงรามเกียรติ์ อิเหนา และอุณรุท


ผสมผสานวัฒนธรรมของชาติต่าง ๆ พัฒนาจากละครนอก ใช้ทั้งท่ารำและท่าทางธรรมชาติ
พัฒนาจากละครใน โดยผู้แสดงต้องร้องและรำด้วยตนเอง
ใช้การร้องในการดำเนินเรื่อง แต่งกายตามบทบาท เช่น เรื่องสาวเครือฟ้า
ได้รับอิทธิพลจากตะวันตก ใช้บทสนทนาและการแสดงที่เป็นธรรมชาติ
การแสดงพื้นเมือง 4 ภูมิภาค
ศิลปะแห่งการร่ายรำที่คิดค้นสร้างสรรค์จากวิถีชีวิต วัฒนธรรม และการละเล่นอันเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มชนในแต่ละภูมิภาค
ฟ้อนแบบล้านนา
ลีลานุ่มนวล อ่อนช้อยงดงาม และมีบางชุดที่เข้มแข็งหนักแน่น เครื่องดนตรีสำคัญ เช่น สะล้อ ซอ ซึง กลองปูเจ่ และกลองแอว
สนุกสนานตามวิถีเกษตรกรรม
เรียบง่าย สอดคล้องกับวิถีชีวิต เช่น เพลงเกี่ยวข้าว รำโทน รำวง รำเถิดเทิง รำกลองยาว และระบำชาวนา
สองกลุ่มวัฒนธรรม
มาจากความเชื่อ ประเพณี และวิถีชีวิต แบ่งเป็นวัฒนธรรมอีสานเหนือและอีสานใต้
เซิ้งและหมอลำ
เน้นความพร้อมเพรียง ใช้แคน โปงลาง พิณ ซอ กลองยาวอีสาน ฉิ่ง ฉาบ ฆ้อง กรับ และโหวด
เรือม
ท่ารำและดนตรีกระชับ รวดเร็ว สนุกสนาน ใช้วงมโหรีอีสานใต้ เช่น กลองกันตรึม ปี่สไล และพิณ
วัฒนธรรมผสมผสาน
มีจังหวะรวดเร็ว สนุกสนาน ท่าทางชัดเจน แบ่งเป็นวัฒนธรรมไทยพุทธและไทยมุสลิม
องค์ประกอบและโอกาสในการแสดง


ผู้แสดง
ท่ารำ
บทเพลงและดนตรี
การแต่งกายและแต่งหน้า
การแปรแถว
อุปกรณ์การแสดง
ใช้ประกอบพระราชพิธีและงานสำคัญตามประเพณี
เผยแพร่และสืบทอดศิลปวัฒนธรรมไทยสู่สังคม
เลือกใช้รูปแบบการแสดงให้เหมาะสมกับโอกาส
ถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะด้านนาฏศิลป์
นาฏศิลป์ไทย
เกิดจากธรรมชาติ พิธีกรรม และอิทธิพลจากอารยธรรมอินเดีย พัฒนาเป็นโขน รำ ระบำ ละคร และการแสดงพื้นเมืองที่มีเอกลักษณ์งดงาม