ผศ.ดร.ขวัญใจ คงถาวร
ผศ.ดร.สุรีรัตน์ จีนพงษ์
รศ.ฉันทนา เอี่ยมสกุลรำและ
ระบำมาตรฐาน
ศึกษาประวัติ องค์ประกอบ บทร้อง ท่ารำ และเครื่องแต่งกายของรำแม่บทเล็ก ระบำเทพบันเทิง และรำวงมาตรฐาน
โดย รศ.ฉันทนา เอี่ยมสกุล, ผศ.ดร.ขวัญใจ คงถาวร และ ผศ.ดร.สุรีรัตน์ จีนพงษ์ เริ่มเรียนบทนี้
รำแม่บทเล็ก
ความหมายและความสำคัญ
รำแม่บทเล็ก เป็นรำมาตรฐานที่ใช้เป็นพื้นฐานสำคัญในการฝึกหัดนาฏศิลป์ไทย มีแบบแผนในการรำ กำหนดชื่อท่า และมีท่ารำที่งดงาม สืบทอดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน
ประวัติความเป็นมา
รำแม่บทเล็กปรากฏอยู่ในระบำเบิกโรงเรื่องรามเกียรติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทก
เดิมเรียกว่า “แม่บทนางนารายณ์”
มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
สืบทอดมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
เรื่องย่อ นารายณ์ปราบนนทก
นนทกถูกเทวดาและนางฟ้ากลั่นแกล้ง
นนทกขอพรให้นิ้วเป็นเพชร
พระนารายณ์แปลงกายเป็นเทพธิดา
นนทกรำตามโดยไม่รู้ว่าเป็นอุบาย
นนทกชี้นิ้วใส่ตนเองและสิ้นชีวิต
ความสำคัญของรำแม่บทเล็ก
แม่แบบการฝึกหัด
เป็นแม่แบบของการฝึกหัดนาฏศิลป์ไทย
ท่ารำพื้นฐาน
ท่ารำมาจากเพลงช้าและเพลงเร็ว
ชื่อท่าและบทกลอน
มีการตั้งชื่อท่ารำและผูกเป็นบทกลอน
พัฒนาผู้เรียน
ช่วยให้ผู้เรียนฝึกหัดท่ารำพื้นฐานของนาฏศิลป์ไทย
องค์ประกอบการแสดงรำแม่บทเล็ก
ผู้แสดง
ลักษณะท่ารำ
ดนตรีและบทร้อง
เครื่องแต่งกาย
นักแสดงตัวพระ
- มีท่าทางสง่างาม
- รูปร่างสูงและผึ่งผาย
- มีทักษะการรำนาฏศิลป์
นักแสดงตัวนาง
- มีรูปร่างงดงามและเล็กกว่าตัวพระ
- มีลีลาอ่อนช้อย
- มีทักษะการรำนาฏศิลป์
ลักษณะท่ารำ
- รวบรวมท่ารำในเพลงช้าและเพลงเร็วมาเรียงร้อยให้เป็นท่ารำ
- ตั้งชื่อท่ารำให้สอดคล้องกับบทร้อง
- เป็นท่ารำแม่ท่าที่ใช้เป็นพื้นฐานสำคัญ
ดนตรีและเพลงประกอบ
ใช้วงปี่พาทย์เครื่องห้าบรรเลงประกอบการรำ โดยมีเพลงสำคัญดังนี้
ใช้ประกอบการแสดงถึงฤทธิ์เดชของตัวละคร
ใช้ประกอบการแสดงของตัวละครที่อยู่ในอารมณ์สนุกสนาน หรือใช้บรรยายความงามต่าง ๆ
นิยมใช้บรรเลงประกอบการแสดงกิริยาของตัวละคร
บทร้องเพลงแม่บทเล็ก
เทพนมปฐมพรหมสี่หน้า
สอดสร้อยมาลาเฉิดฉิน
ทั้งกวางเดินดงหงส์บิน
กินรินเลียบถ้ำอำไพ
อีกช้านางนอนภมรเคล้า
แขกเต้าผาลาเพียงไหล่
เมขลาโยนแก้วแววไว
มยุเรศฟ้อนในอัมพร
ยอดตองต้องลมพรหมนิมิต
อีกทั้งพิสมัยเรียงหมอน
ย้ายท่ามัจฉาชมสาคร
พระสี่กรขว้างจักรฤทธิรงค์
เครื่องแต่งกายรำแม่บทเล็ก
ลักษณะการแต่งกายของผู้แสดงรำแม่บทเล็กเป็นแบบ ยืนเครื่องพระ ซึ่งสามารถใส่เสื้อได้ทั้งแขนยาวและแขนสั้น และแบบ ยืนเครื่องนาง
เครื่องแต่งกายยืนเครื่องตัวพระ
เครื่องแต่งกายยืนเครื่องตัวนาง
ที่มา: สุรีรัตน์ จีนพงษ์ (2569)
การรำแม่บทเล็กเต็มเพลง
ตำแหน่งสำหรับแสดงภาพผู้สอน คลิปการสอนเต็มเพลง และคลิปสาธิตท่ารำแม่บทเล็ก
ระบำเทพบันเทิง
ระบำมาตรฐานในละครเรื่องอิเหนา
ระบำเทพบันเทิง เป็นระบำมาตรฐานที่อยู่ในละครเรื่อง อิเหนา ตอนลมหอบ
ประวัติความเป็นมา
เป็นระบำของเหล่าเทวดาและนางฟ้า
ใช้ประกอบการแสดงละครในเรื่องอิเหนา ตอนลมหอบ
กล่าวถึงองค์ปะตาระกาหลา ผู้เป็นบรมราชอัยกาของอิเหนาและบุษบา
เมื่อสิ้นพระชนม์แล้ว ได้เสด็จไปอุบัติเป็นเทพราชาสถิตอยู่ ณ วิมานเมฆบนสวรรค์
ผู้สร้างสรรค์ผลงาน
ครูลมุล ยมะคุปต์
ผู้ประดิษฐ์ท่ารำ
ครูมัลลี คงประภัศร
ผู้ประดิษฐ์ท่ารำ
ครูศุภลักษณ์ ภัทรนาวิก
ผู้ประดิษฐ์ท่ารำ
ครูมนตรี ตราโมท
ผู้ประพันธ์คำร้องและบรรจุทำนองเพลง
องค์ประกอบการแสดงระบำเทพบันเทิง
ผู้แสดง
ลักษณะท่ารำ
ดนตรีและเพลงประกอบ
เครื่องแต่งกาย
นักแสดงตัวพระ
- มีท่าทางสง่างามและผึ่งผาย
- มีทักษะการรำนาฏศิลป์
นักแสดงตัวนาง
- มีรูปร่างงดงาม อ่อนช้อย และขนาดลำตัวเล็ก
- มีทักษะการรำนาฏศิลป์
ผู้แสดงมีจำนวนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ประกอบด้วยตัวพระและตัวนาง
ลักษณะท่ารำ
- แสดงเป็นการรำคู่ระหว่างตัวพระและตัวนาง
- มีการรำตีบทตามบทร้องและทำนองเพลง
- ใช้กระบวนท่ารำตามแบบแผนนาฏศิลป์ไทย
ดนตรีและเพลงประกอบ
ใช้วงปี่พาทย์เครื่องห้าหรือวงปี่พาทย์เครื่องคู่
ใช้กล่าวถึงการเชิญเทวดาเพื่อร่ายรำบำเรอ
มีจังหวะรวดเร็วและคึกคัก ใช้ในช่วงท้ายการแสดง
บทร้องระบำเทพบันเทิง
เหล่าข้าพระบาท ขอวโรกาสเทวฤทธิ์อดิศร
ขอฟ้อนกราย รำร่ายถวายกร
บำเรอปิ่นอมร ปะตาระกาหลา
ผู้ทรงพระคุณ ยิ่งบุญบารมี
เพื่อเทวบดี สุขสมรมยา
เถลิงเทพสิมา พิมานสำราญฤทัย
สุรศักดิ์ประสิทธิ์ สุรฤทธิ์กำจาย
ทรงสราญพระกาย ทรงสบายพระทัย
ถวายอินทรีย์ ต่างมาลีบูชา
ถวายดวงตา ต่างประทีปจำรัสไข
ถ้อยคำอำไพ ต่างธูปหอมจุณจันทน์
ถวายดวงจิต อัญชลิตวรคุณ
ที่ทรงการุณย์ ผองข้ามาแต่บรรพ์
ถวายชีวัน รองบาทจนบรรลัย
ร่วมกันร้องทำนองลำนำ มาฟ้อนมารำให้รื่นเริงใจ (ซ้ำ)
ให้พร้อมให้เพรียงเรียงระดับ เปลี่ยนสับท่วงทีหนีไล่
เวียนไป ได้จังหวะกัน
อัปสรฟ้อนส่าย กรีดกรายออกมา
ฝ่ายฝูงเทวา ทำท่ากางกั้น (ซ้ำ)
เข้าทอดสนิท ไม่บิดไม่ผัน (ซ้ำ)
ผูกพันสุดเกษม ปลื้มเปรมปรีดา
เครื่องแต่งกาย
ผู้แสดงระบำเทพบันเทิงแต่งกายแบบ ยืนเครื่องพระ–นาง
เครื่องแต่งกายตัวพระ
เครื่องแต่งกายตัวนาง
ที่มา: สำนักการสังคีต กรมศิลปากร
ระบำเทพบันเทิง
ตำแหน่งสำหรับแสดงภาพผู้สอน คลิปการแสดงความยาว 2 นาที และคลิปสาธิตท่ารำ
ท่ารำระบำเทพบันเทิง
เป็นการตีบทรำตามบทร้อง มีความสัมพันธ์และสื่อความหมายตรงกับบทร้อง เพื่อช่วยให้ผู้ชมเข้าใจเนื้อหาในการแสดง
รำวงมาตรฐาน
จากรำโทนสู่รำวงมาตรฐาน
รำวงมาตรฐานเป็นการแสดงที่มีวิวัฒนาการมาจาก “รำโทน” ซึ่งเป็นการละเล่นพื้นบ้าน เป็นการรำและร้องของชาวบ้าน รำคู่ระหว่างชายกับหญิง รำตีบทไปตามเนื้อร้องและเพลงตามความถนัด โดยมุ่งเน้นความสนุกสนานรื่นเริงเป็นสำคัญ
ประวัติความเป็นมา
วิวัฒนาการมาจาก “รำโทน” ซึ่งเป็นการรำและร้องของชาวบ้าน รำคู่ระหว่างชายกับหญิง โดยมีโทนเป็นเครื่องดนตรีประกอบจังหวะ และเดิมไม่มีแบบแผนกำหนดไว้
ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี มีแนวคิดปรับปรุงการเล่นรำโทนให้เป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น
กรมศิลปากรปรับปรุงรำโทนให้เป็นมาตรฐาน แต่งเนื้อร้องและทำนองเพลงขึ้นใหม่ พร้อมนำท่ารำจากแม่บทใหญ่มากำหนดเป็นท่ารำเฉพาะของแต่ละเพลง
มุ่งเน้นลีลาการรำเข้าคู่ระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง เดินเคลื่อนตามจังหวะเป็นวงกลมและพร้อมเพรียงกัน จนเกิดเป็นรำวงมาตรฐานที่มีแบบแผนชัดเจน
เพลงรำวงมาตรฐาน 10 เพลง
รำวงมาตรฐานประกอบด้วยเพลงทั้งหมด 10 เพลง แบ่งตามผู้ประพันธ์เนื้อร้องดังนี้
ประพันธ์เนื้อร้อง 4 เพลง
- เพลงงามแสงเดือน
- เพลงชาวไทย
- เพลงรำซิมารำ
- เพลงคืนเดือนหงาย
ประพันธ์เนื้อร้อง 6 เพลง
- เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ
- เพลงดอกไม้ของชาติ
- เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า
- เพลงหญิงไทยใจงาม
- เพลงบูชานักรบ
- เพลงยอดชายใจหาญ
เอกลักษณ์ของเพลงร้อง
เพลงรำวงมาตรฐานมีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักชาติ ความสามัคคี ความสุภาพงดงามของวัฒนธรรมไทย และสะท้อนพัฒนาการทางสังคม รวมถึงการดำเนินชีวิตของประชาชนในสมัยนั้น
องค์ประกอบการแสดงรำวงมาตรฐาน
เครื่องแต่งกาย
ดนตรีและเพลงประกอบ
ผู้แสดง
โอกาสที่แสดง
เครื่องแต่งกายรำวงมาตรฐาน 4 แบบ
แบบชาวบ้าน
ชาย
- นุ่งโจงกระเบน
- สวมเสื้อคอพวงมาลัย
- เอวคาดผ้าห้อยชายด้านหน้า
หญิง
- นุ่งโจงกระเบน
- ห่มผ้าสไบอัดจีบ
- ปล่อยผม
- ประดับดอกไม้ที่ผมด้านซ้าย
- คาดเข็มขัดและใส่เครื่องประดับ
แบบรัชกาลที่ 5
ชาย
- นุ่งโจงกระเบน
- สวมเสื้อราชปะแตน
- ใส่ถุงเท้าและรองเท้า
หญิง
- นุ่งโจงกระเบน
- สวมเสื้อลูกไม้และสไบพาดบ่า
- ผูกสไบเป็นโบว์ ทิ้งชายไว้ข้างลำตัวด้านซ้าย
- ใส่เครื่องประดับมุก
แบบสากลนิยม
ชาย
- นุ่งกางเกง
- สวมสูท
- ผูกเนกไท
หญิง
- นุ่งกระโปรงป้ายข้างยาวกรอมเท้า
- ใส่เสื้อคอกลม แขนกระบอก
แบบราตรีสโมสร
ชาย
- นุ่งกางเกง
- สวมเสื้อพระราชทาน
- ผ้าคาดเอวห้อยชายด้านหน้า
หญิง
- นุ่งกระโปรงยาวจีบหน้านาง
- ใส่เสื้อจับเดรป ชายผ้าห้อยจากบ่าลงไปด้านหลัง
- เปิดไหล่ขวา
- เกล้าผมเป็นมวยสูง
- ใส่เกี้ยวและเครื่องประดับ


ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง
เครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบการแสดงสามารถใช้ได้ทั้งวงปี่พาทย์ และในบางเพลงอาจใช้วงดนตรีสากลบรรเลงร่วมด้วย
รูปแบบผู้แสดง
นักแสดงรำคู่กันระหว่างชาย–หญิง หรือใช้ผู้แสดงหญิงล้วน นิยมรำจำนวน 5 คู่ หรือปรับตามความเหมาะสมของงานที่แสดง
งานรื่นเริงและต้อนรับแขก
นิยมเล่นในงานรื่นเริงบันเทิงต่าง ๆ หรืองานต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง และเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติที่ต้องการร่วมรำเพื่อความสนุกสนานและเรียนรู้วัฒนธรรมไทย
ท่ารำวงมาตรฐาน
ท่ารำวงมาตรฐานมีทั้งหมด 10 ท่า โดยแต่ละเพลงกำหนดท่ารำที่ไม่ซ้ำกัน
ท่ารำวงมาตรฐาน
ตำแหน่งสำหรับเพิ่มคลิปสาธิตท่ารำวงมาตรฐาน
สรุปท้ายบทเรียน
รำและระบำมาตรฐาน
- รำและระบำมาตรฐานเป็นการแสดงที่กำหนดรูปแบบ กระบวนท่ารำ ดนตรี เพลงร้อง และเครื่องแต่งกายไว้อย่างเป็นแบบแผน ใช้ฝึกฝนเพื่อให้เข้าใจพื้นฐานของนาฏศิลป์ไทย
- รำแม่บทเล็ก มีต้นกำเนิดจากเรื่องรามเกียรติ์ ตอนนารายณ์ปราบนนทก และประกอบด้วยท่ารำแม่ท่าสำคัญ
- ระบำเทพบันเทิง สร้างสรรค์ขึ้นโดยกรมศิลปากรเพื่อใช้ประกอบละครเรื่องอิเหนา ตอนลมหอบ แสดงถึงความรื่นเริงงดงามของเหล่าเทพยดาและเทพอัปสรบนสวรรค์
- รำวงมาตรฐาน พัฒนาจากการละเล่นพื้นบ้านที่เรียกว่า “รำโทน” ให้เป็นการแสดงที่กำหนดเพลงและท่ารำไว้ชัดเจน รวมทั้งหมด 10 เพลง
- การศึกษารำและระบำมาตรฐานช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบการแสดง พัฒนาทักษะการรำ และตระหนักในคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมไทย